มาตรา ๑๗๐
แก้ไขข้อความที่แปลงจาก PDF ผิด เมื่อ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ · ๓๒๒ จุด
ส่วนที่ ๒ บทกำหนดโทษ
มาตรา ๑๖๑–๑๗๕ · ๑๖ มาตรา
ในระหว่างเวลาหกเดือนก่อนมีการขอให้ลูกหนี้ล้มละลายหรือ ภายหลังนั้นแต่ก่อนเวลาที่พ้นจากล้มละลาย ลูกหนี้คนใดออกไปหรือพยายามจะออกไปนอก ราชอาณาจักรโดยนำทรัพย์สินซึ่งตามกฎหมายต้องเอาไว้แบ่งใช้หนี้แก่เจ้าหนี้ราคาเกินกว่าสองพันบาท ออกไปด้วยเว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่ามิได้มีเจตนาฉ้อฉล มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือจำคุกไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
เมื่อศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้ว ลูกหนี้คนใดซ่อนตัวหรือหลบ ไปเสียจากที่ ๆเคยอยู่หรือที่ทำการค้า หรือประกอบธุรกิจแห่งสุดท้าย หรือออกไปนอกราชอาณาจักร โดยเจตนาหลีกเลี่ยงหมายเรียกหรือหมายนัดของศาลในคดีล้มละลายหรือหลีกเลี่ยงการที่จะถูก สอบสวนหรือไต่สวนเกี่ยวกับกิจการหรือทรัพย์สินของตนหรือทำให้เกิดความลำบากขัดข้องแก่ กระบวนพิจารณาคดีล้มละลายมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือจำคุกไม่เกิน หนึ่งปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
เมื่อศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้ว ลูกหนี้คนใดกระทำการฉ้อฉล หรือให้ หรือเสนอให้ หรือตกลงว่าจะให้ประโยชน์ใด ๆแก่เจ้าหนี้ โดยมุ่งหมายที่จะได้รับความยินยอม ของเจ้าหนี้นั้นในการขอประนอมหนี้หรือข้อตกลงเกี่ยวกับกิจการหรือการล้มละลายของตนหรือเพื่อมิให้ มีการคัดค้านการขอปลดจากล้มละลายมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือจำคุก ไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
เจ้าหนี้หรือผู้แทนเจ้าหนี้คนใดกล่าวอ้าง หรือขอรับชำระหนี้ในคดี ล้มละลายหรือการขอประนอมหนี้ หรือในการตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้โดยไม่เป็นความจริง ในส่วนสาระสำคัญเว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่ามิได้มีเจตนาฉ้อฉล มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน สองแสนบาทหรือจำคุกไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
เจ้าหนี้หรือผู้แทนเจ้าหนี้คนใด เรียกหรือรับหรือยินยอมที่จะรับ ทรัพย์สินหลักประกันหรือผลประโยชน์ใด ๆไว้เป็นประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น เพื่อที่จะยินยอม หรือไม่คัดค้านในการขอประนอมหนี้ หรือการขอปลดจากล้มละลายมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่ เกินห้าเท่าของราคาผลประโยชน์อันมิควรได้นั้น
ฉบับรวมการแก้ไข · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙