มาตรา ๙๒
แก้ไขข้อความที่แปลงจาก PDF ผิด เมื่อ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ · ๒๙๓ จุด
หมวด ๕ การแก้ไขฐานะหรือการดำเนินงานของสถาบันการเงิน
มาตรา ๘๙–๙๙ · ๑๑ มาตรา
ในกรณีที่สถาบันการเงินมีฐานะหรือการดำเนินงานอยู่ในลักษณะอัน อาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชนให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจ ดำเนินการดังต่อไปนี้
(๑) มีคำสั่งให้สถาบันการเงินแก้ไขฐานะหรือการดำเนินงาน
(๒) มีคำสั่งให้สถาบันการเงินลดทุน เพิ่มทุน หรือทั้งลดทุนและเพิ่มทุนภายในเวลาที่ กำหนดแต่ต้องไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันที่สถาบันการเงินได้รับแจ้งคำสั่ง ถ้าสถาบันการเงินไม่ ดำเนินการหรือดำเนินการไม่ได้ตามกำหนดให้ถือว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นนับแต่วันที่ ครบกำหนดในคำสั่ง เว้นแต่กรณีมีความจำเป็นรีบด่วนเพื่อพยุงฐานะและการดำเนินงานของสถาบัน การเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจมีคำสั่งให้สถาบันการเงินลดทุนเพิ่มทุน หรือทั้งลดทุนและเพิ่ม ทุนทันทีได้ โดยให้ถือว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นมติที่ประชุมของผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ มิให้นำมาตรา ๑๑๑๗มาตรา ๑๒๒๐มาตรา ๑๒๒๒มาตรา ๑๒๒๔มาตรา ๑๒๒๕มาตรา ๑๒๒๖แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ และมาตรา ๑๓๖วรรคสอง
(๒) มาตรา ๑๓๗มาตรา ๑๓๙และมาตรา ๑๔๑แห่ง พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕มาใช้บังคับกับการลดทุนหรือเพิ่มทุน หรือการเสนอ ขายหุ้นเพิ่มทุน
(๓) มีคำสั่งให้สถาบันการเงินระงับการดำเนินการทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการ ชั่วคราวภายในระยะเวลาที่กำหนด
(๔) มีคำสั่งให้สถาบันการเงินถอดถอนกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการ จัดการคนใดคนหนึ่งหรือทุกคน และแต่งตั้งบุคคลอื่นเข้าไปดำรงตำแหน่งแทนในทันทีตามที่ เห็นสมควรโดยให้ถือว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นมติที่ประชุมของผู้ถือหุ้น
(๕) มีคำสั่งควบคุมสถาบันการเงิน หรือมีคำสั่งปิดกิจการของสถาบันการเงินนั้น ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานการดำเนินการตามวรรคหนึ่งต่อรัฐมนตรีเพื่อ ทราบโดยไม่ชักช้า และหากธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการตามวรรคหนึ่ง
(๕) ให้เสนอ รัฐมนตรีเพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงินนั้นด้วย
ผู้ซึ่งพ้นจากการเป็นลูกจ้าง เพราะถูกถอดถอนจากการเป็นกรรมการ ผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการตามมาตรา ๘๙(๓) หรือมาตรา ๙๐(๔) ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชย ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานหรือกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ รวมทั้งสิทธิ ประโยชน์อื่นใดตามสัญญาจ้างอันเนื่องมาจากการออกจากงาน เว้นแต่สิทธิประโยชน์อันพึงได้รับตาม ข้อตกลงภายใต้กฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
กรณีดังต่อไปนี้ให้ถือว่าสถาบันการเงินมีฐานะหรือการดำเนินงานใน ลักษณะที่อาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชน
(๑) สถาบันการเงิน กรรมการผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการฝ่าฝืนคำสั่งตาม มาตรา ๘๙(๒)
(๒) สถาบันการเงิน ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการกระทำการฝ่า ฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๐มาตรา ๓๓มาตรา ๓๔มาตรา ๔๘มาตรา ๔๙มาตรา ๕๐มาตรา ๕๑มาตรา ๕๗มาตรา ๕๘มาตรา ๕๙มาตรา ๖๐มาตรา ๖๑มาตรา ๖๓หรือมาตรา ๖๔ - -
(๓) สถาบันการเงิ ผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการ ไม่จัดทำบัญชี เพื่อแสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินที่เป็นอยู่ตามความเป็นจริงตามมาตรา ๖๖หรือลง ข้อความเท็จหรือปลอมบัญชี เอกสาร ซึ่งทำให้ไม่สามารถประเมินได้ว่าสถาบันการเงินนั้นมีฐานะ การเงินและการดำเนินงานที่มั่นคงเป็นไปตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับเงินกองทุน สินทรัพย์ สินทรัพย์ สภาพคล่องการกันเงินสำรอง การจัดชั้นสินทรัพย์ และเรื่องอื่น ๆในพระราชบัญญัตินี้
(๔) สถาบันการเงินหยุดทำการจ่ายเงินตามที่มีหน้าที่จะต้องชำระคืน
(๕) สถาบันการเงินมีผลประกอบการขาดทุนและธนาคารแห่งประเทศไทยมีเหตุอัน ควรคาดได้ว่าสถาบันการเงินนั้นไม่อาจดำรงเงินกองทุนได้ตามกฎหมาย ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นกรณีตาม มาตรา ๙๖หรือไม่
สถาบันการเงินใดหยุดทำการจ่ายเงินตามที่มีหน้าที่ต้องชำระคืนให้ สถาบันการเงินนั้นแจ้งการหยุดทำการจ่ายเงินพร้อมเหตุผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบทันที และห้ามมิให้ดำเนินกิจการใด ๆเว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยแต่งตั้งผู้ตรวจการสถาบันการเงินเพื่อทำการสอบสวน กรณีตามวรรคหนึ่ง และเมื่อได้รับรายงานการสอบสวนจากผู้ตรวจการสถาบันการเงินแล้ว ให้ธนาคาร แห่งประเทศไทยมีอำนาจสั่งให้ควบคุมสถาบันการเงิน ปิดกิจการของสถาบันการเงิน หรือสั่งการ ตามที่เห็นสมควร เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการตามวรรคสองแล้ว ให้เสนอรัฐมนตรี เพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงินนั้น
ห้ามมิให้สถาบันการเงินจ่ายเงินทรัพย์สินหรือค่าตอบแทนที่มีผลทำให้ เงินกองทุนเหลือต่ำกว่าเงินกองทุนที่ต้องดำรงไว้ตามมาตรา ๓๐ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) จ่ายเงินหรือทรัพย์สินอื่นใดแก่ผู้ถือหุ้นเป็นการคืนส่วนทุน
(๒) จ่ายค่าตอบแทนในการบริหารหรือผลประโยชน์อื่นใดซึ่งมิใช่ค่าจ้างตามปกติแก่ กรรมการผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจอนุญาตให้สถาบันการเงินซื้อคืน ไถ่ถอน สละหรือ ได้มาซึ่งหุ้นหรือผลประโยชน์ในฐานะเป็นผู้ถือหุ้น อันจะมีผลเป็นการลดภาระทางการเงินหรือแก้ไข ฐานะการเงินของสถาบันการเงินนั้นได้
ฉบับรวมการแก้ไข · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙