มาตรา ๑๔
แก้ไขข้อความที่แปลงจาก PDF ผิด เมื่อ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ · ๒๓ จุด
บรรดามูลนิธิที่มีอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและมิได้เป็น นิติบุคคลถ้าประสงค์จะจัดตั้งเป็นนิติบุคคลและใช้คำว่า “มูลนิธิ”ประกอบชื่อของตนต่อไปต้อง ยื่นคำขอจดทะเบียนตามมาตรา ๑๑๔ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มูลนิธิตามมาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง มูลนิธิใด มีข้อบังคับที่กำหนดให้ มีผู้จัดการของมูลนิธิไม่ถึงสามคนในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ถ้ามูลนิธินั้นไม่ดำเนินการยื่น คำขอแก้ไขข้อบังคับของมูลนิธิเพื่อให้มีคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยบุคคลไม่น้อยกว่าสามคน เป็นผู้ดำเนินกิจการของมูลนิธิภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ นายทะเบียนดำเนินการตามมาตรา ๑๒๘ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระ ใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้เพื่อสั่งการให้แก้ไขข้อบังคับของมูลนิธิให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไปถ้า ปรากฏว่ามูลนิธิใดไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ก็ให้นายทะเบียนร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งให้ เลิกมูลนิธิตามมาตรา ๑๓๑แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้าย พระราชบัญญัตินี้
บรรดาระยะเวลาที่บัญญัติไว้ในบรรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์และที่บัญญัติไว้ในลักษณะ ๒๓สมาคมของบรรพ ๓แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ ซึ่งใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หากระยะเวลาดังกล่าวยังไม่สิ้นสุดลง ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและระยะเวลาที่กำหนดขึ้นตามบทบัญญัติแห่งประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ แตกต่างกับระยะเวลาที่ กำหนดไว้เดิมให้นำระยะเวลาที่ยาวกว่ามาใช้บังคับ
ให้แก้เลขมาตราตามที่มีอยู่ในมาตราต่างๆแห่งประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์เป็นเลขมาตราตามบรรพ ๑แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ดังต่อไปนี้
(๑) “มาตรา ๙วรรคสองและวรรคสาม”ในมาตรา ๑๖๖๖ให้แก้เป็น “มาตรา ๙วรรคสอง”
(๒) “มาตรา ๒๙”ในมาตรา ๑๔๖๔และมาตรา ๑๕๑๙ให้แก้เป็น “มาตรา ๒๘”
(๓) “มาตรา ๓๔”ในมาตรา ๑๖๑๐และมาตรา ๑๖๑๑ให้แก้เป็น “มาตรา ๓๒”
(๔) “มาตรา ๖๐มาตรา ๖๑มาตรา ๖๓”ในมาตรา ๑๕๗๗ให้แก้เป็น “มาตรา ๕๖มาตรา ๕๗มาตรา ๖๐”
(๕) “มาตรา ๖๕”ในมาตรา ๑๖๐๒ให้แก้เป็น“มาตรา ๖๒”
(๖) “มาตรา ๖๖”ในมาตรา ๑๖๐๒ให้แก้เป็น “มาตรา ๖๓”
(๗) “มาตรา ๘๑”ในมาตรา ๑๖๗๖ให้แก้เป็น “มาตรา ๑๑๐”
(๘) “มาตรา ๘๕”ในมาตรา ๑๖๗๗ให้แก้เป็น “มาตรา ๑๑๔”
(๙) “มาตรา ๑๓๐วรรคสอง”ในมาตรา ๓๖๐ให้แก้เป็น “มาตรา ๑๖๙วรรค สอง”
(๑๐) “มาตรา ๑๘๙”ในมาตรา ๒๔๘และมาตรา ๑๗๕๔ให้แก้เป็น “มาตรา ๑๙๓/๒๗”
บทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่นที่อ้างถึงบทบัญญัติในบรรพ ๑หรือ ลักษณะ๒๓ในบรรพ ๓แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ให้ถือว่าบทบัญญัติแห่ง กฎหมายนั้นอ้างถึงบทบัญญัติที่มีนัยเช่นเดียวกันในบรรพ ๑แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้
ฉบับรวมการแก้ไข · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙