มาตรา ๑๓
แก้ไขข้อความที่แปลงจาก PDF ผิด เมื่อ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ · ๕๕๐ จุด
หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
มาตรา ๕–๑๓ อัฏฐ · ๒๑ มาตรา
เมื่อได้ีคำสั่งยึดหรืออายัดตามมาตรา ๑๒แล้วห้ามผู้ใดทำลาย ย้ายไปเสีย ซ่อนเร้น หรือโอนไปให้แก่บุคคลอื่นซึ่งทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัดดังกล่าว
เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามมาตรา ๑๒ให้ผู้มีอำนาจตาม มาตรา ๑๒หรือสรรพากรจังหวัดมีอำนาจ
(๑) ออกหมายเรียกผู้ต้องรับผิดชำระภาษีอากรค้าง และบุคคลใดๆที่มีเหตุอันควร เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์แก่การจัดเก็บภาษีอากรค้างมาให้ถ้อยคำ
(๒) สั่งบุคคลดังกล่าวใน(๑) ให้นำบัญชี เอกสารหรือหลักฐานอื่นอันจำเป็นแก่การ จัดเก็บภาษีอากรค้างมาตรวจสอบ
(๓) ออกคำสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าพนักงานสรรพากรทำการตรวจค้นหรือยึดบัญชี เอกสารหรือหลักฐานอื่นของบุคคลดังกล่าวใน
(๑) การดำเนินการตาม(๑) หรือ(๒) ต้องให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวันนับแต่วัน ได้รับหมายเรียกหรือคำสั่ง การออกคำสั่งและทำการตาม
(๓) ต้องเป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
เจ้าพนักงานผู้ใดฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา ๑๐มีความผิดต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน ๕๐๐บาทหรือจำคุกไม่เกิน ๖เดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ หมวด ๑ทวิ ๒๕๒๕ ๒๕๒๕ คณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากร๓๘
ให้มีคณะกรรมการวินิ จฉัยภาษีอากรประกอบด้วย ปลัด กระทรวงการคลังเป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมสรรพากร อธิบดีกรมศุลกากร อธิบดีกรม สรรพสามิต ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และ ผู้ทรงคุณวุฒิอีกจำนวนสามคนซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งข้าราชการสังกัดกระทรวงการคลังเป็นเลขานุการและ ผู้ช่วยเลขานุการ
ให้กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งตามมาตรา ๑๓ทวิ มีวาระอยู่ใน ตำแหน่งคราวละสามปี กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการอีกได้
ฉบับรวมการแก้ไข · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙