มาตรา ๕๐
แก้ไขข้อความที่แปลงจาก PDF ผิด เมื่อ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ · ๕๕๐ จุด
ลักษณะ ๒ ภาษีอากรฝ่ายสรรพากรหมวด ๓ ภาษีเงินได้
ส่วน ๒ การเก็บภาษีจากบุคคลธรรมดา
มาตรา ๔๐–๖๔ · ๔๒ มาตรา
ในกรณีที่ผู้มีเงินได้มิได้ยื่นรายการเงินได้ หรือเจ้าพนักงานประเมิน พิจารณาเห็นว่า ผู้มีเงินได้ยื่นรายการเงินได้ต่ำกว่าจำนวนที่ควรต้องยื่น ให้เจ้าพนักงานประเมินโดย อนุมัติอธิบดีมีอำนาจที่จะกำหนดจำนวนเงินได้สุทธิขึ้น ทั้งนี้ โดยถือเงินหรือทรัพย์สินซึ่งเป็น กรรมสิทธิ์ หรือเข้ามาอยู่ในครอบครองของผู้มีเงินได้ หรือรายจ่ายของผู้มีเงินได้ หรือฐานะความ เป็นอยู่ หรือพฤติการณ์ของผู้มีเงินได้ หรือสถิติเงินได้ของผู้มีเงินได้เอง หรือของผู้อื่นที่กระทำกิจการ ทำนองเดียวกับของผู้มีเงินได้เป็นหลักในการพิจารณา แล้วทำการประเมินแจ้งจำนวนเงินที่ต้องชำระ ไปยังผู้ต้องเสียภาษี ทั้งนี้ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๙ถึงมาตรา ๒๖มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ในกรณีที่เป็นการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองใน อสังหาริมทรัพย์โดยมีหรือไม่มีค่าตอบแทนไม่ว่าราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดของ อสังหาริมทรัพย์นั้นจะเป็นอย่างไรก็ตาม ให้เจ้าพนักงานประเมินกำหนดราคาขายอสังหาริมทรัพย์นั้น โดยถือตามราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตาม ประมวลกฎหมายที่ดินซึ่งเป็นราคาที่ใช้อยู่ในวันที่มีการโอนนั้น พุทธศักราช ๒๕๒๐ ๒๖)พ.ศ. ๒๕๒๕ ๒๕๓๔ ๒๘)พ.ศ. ๒๕๓๔
ให้บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคมหรือคณะบุคคลผู้จ่ายเงินได้ พึงประเมินตามมาตรา ๔๐หักภาษีเงินได้ไว้ทุกคราวที่จ่ายเงินได้พึงประเมินตามวิธีดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐(๑) และ(๒) ให้คูณเงินได้พึงประเมินที่ จ่ายด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย เพื่อให้ได้จำนวนเงินเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปีแล้วคำนวณภาษีตาม เกณฑ์ในมาตรา ๔๘เป็นเงินภาษีทั้งสิ้นเท่าใดให้หารด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย ได้ผลลัพธ์เป็นเงิน เท่าใดให้หักเป็นเงินภาษีไว้เท่านั้น ถ้าการหารด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่ายตามความในวรรคก่อนไม่ลงตัวเหลือเศษ เท่าใด ให้เพิ่มเงินเท่าจำนวนที่เหลือเศษนั้นรวมเข้ากับเงินภาษีที่จะต้องหักไว้ครั้งสุดท้ายในปีนั้น เพื่อให้ยอดเงินภาษีที่หักรวมทั้งปีเท่ากับจำนวนภาษีที่จะต้องเสียทั้งปี ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐(๑) และ(๒) ซึ่งเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้ ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานซึ่งได้คำนวณจ่ายจากระยะเวลาที่ทำงานและได้จ่ายตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ให้คำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา ๔๘(๕) เป็นเงินภาษีทั้งสิ้น เท่าใดให้หักเป็นเงินภาษีไว้เท่านั้น๑๖๖ ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐(๒) นอกจากที่ระบุไว้ในวรรคสามที่จ่าย ให้แก่ผู้รับซึ่งมิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย ให้คำนวณหักในอัตราร้อยละ๑๕.๐ของเงินได้๑๖๗ (๒)๑๖๘ ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐(๓) และ(๔) ให้คำนวณหักตาม อัตราภาษีเงินได้ เว้นแต่
(ก) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐(๓) และ(๔) นอกจากที่ระบุไว้ ใน (ข) (ค)
(ง) และ(จ) ที่จ่ายให้แก่ผู้รับซึ่งมิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทยให้คำนวณหักในอัตราร้อยละ ๑๕.๐ของเงินได้
(ข) ในกรณีเงินได้พึงประเมินที่ระบุในมาตรา ๔๘(๓) (ก) และ
(ค) ให้ คำนวณหักในอัตราร้อยละ๑๕.๐ของเงินได้
(ค) ในกรณีเงินได้พึงประเมินที่ระบุในมาตรา ๔๘(๓)
(ข) ให้ถือว่าผู้ออกตั๋วเงิน ผู้ออกตราสารแสดงสิทธิในหนี้ หรือนิติบุคคลผู้โอนตั๋วเงินหรือตราสารดังกล่าว ให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษี เงินได้ตามส่วนนี้เป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมิน และให้เรียกเก็บภาษีเงินได้จากผู้มีเงินได้ในอัตราร้อยละ ๑๕.๐ของเงินได้และให้ถือว่าภาษีที่เรียกเก็บนั้นเป็นภาษีที่หักไว้
(ง) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐(๔)
(ก) ที่มิได้ระบุใน(ข) และ
(ค) แห่งมาตรานี้ ถ้าผู้จ่ายเงินได้มิใช่เป็นนิติบุคคลและจ่ายให้แก่ผู้รับซึ่งเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยไม่ต้อง หักภาษีตามมาตรานี้
(จ) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐(๔)
(ข) ให้คำนวณหักในอัตรา ๑๖)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๑๖)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๑๖)พ.ศ. ๒๕๓๔ ร้อยละ ๑๐.๐ของเงินได้ (๓)๑๖๙ ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐(๕) และ(๖) ที่จ่ายให้แก่ผู้รับซึ่ง มิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทยให้คำนวณหักในอัตราร้อยละ ๑๕.๐ของเงินได้ (๔)๑๗๐ นอกจากกรณีตาม(๕) ในกรณีผู้จ่ายเงินตามมาตรานี้เป็นรัฐบาล องค์การ ของรัฐบาล เทศบาลสุขาภิบาล หรือองค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นอื่น ซึ่งจ่ายเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา ๔๐(๕) (๖) (๗) หรือ
(๘) แต่ไม่รวมถึงการจ่ายค่าซื้อพืชผลทางการเกษตรให้กับผู้รับราย หนึ่ง ๆมีจำนวนรวมทั้งสิ้นตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐บาทขึ้นไป แม้การจ่ายนั้นจะได้แบ่งจ่ายครั้งหนึ่ง ๆไม่ถึง ๑๐,๐๐๐บาทก็ดี ให้คำนวณหักในอัตราร้อยละ ๑ของยอดเงินได้พึงประเมินแต่เฉพาะเงินได้ในการ ประกวดหรือแข่งขันให้คำนวณหักตามอัตราภาษีเงินได้ (๕)๑๗๑ ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐(๘) เฉพาะที่จ่ายให้แก่ผู้รับซึ่งขาย อสังหาริมทรัพย์ ให้คำนวณหักดังต่อไปนี้
(ก) สำหรับอสังหาริมทรัพย์อันเป็นมรดกหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับจาก การให้โดยเสน่หา ให้คำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา ๔๘(๔)
(ก) เป็นเงินภาษีทั้งสิ้นเท่าใด ให้หักเป็นเงินภาษีไว้เท่านั้น
(ข) สำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยทางอื่นนอกจาก(ก) ให้หักค่าใช้จ่าย เป็นการเหมาตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาแล้วคำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา ๔๘(๔)
(ข) เป็นเงินภาษีทั้งสิ้นเท่าใด ให้หักเป็นเงินภาษีไว้เท่านั้น (๖)๑๗๒ ในกรณีการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มี ค่าตอบแทนให้ผู้โอนหักภาษีตามเกณฑ์ใน
(๕) โดยถือว่าผู้โอนเป็นผู้จ่ายเงินได้
ให้ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณที่จ่าย ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณที่จ่ายที่ได้หักไว้แล้วในปีภาษีให้แก่ผู้ถูกหักภาษี ณที่จ่ายสองฉบับมีข้อความตรงกัน ในกรณีและ ตามกำหนดเวลาดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีตามมาตรา ๓เตรสให้ออกในทันทีทุกครั้งที่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย
(๒) ในกรณีตามมาตรา ๕๐(๑) ให้ออกภายในวันที่ ๑๕กุมภาพันธ์ของปีถัดจากปี ภาษี หรือภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ผู้ถูกหักภาษี ณที่จ่ายออกจากงานในระหว่างปีภาษี
(๓) ในกรณีตามมาตรา ๕๐(๒) (๓) หรือ
(๔) ให้ออกในทันทีทุกครั้งที่มีการหักภาษี ณที่จ่าย หนังสือรับรองการหักภาษีณที่จ่ายให้ใช้ตามแบบที่อธิบดีกำหนด ๑๖)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๑๓)พ.ศ. ๒๕๒๗ ๒๕๒๕ ๒๕๒๕ ๒๕๒๑ อธิบดีมีอำนาจยกเว้นการออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณที่จ่ายได้ในกรณีที่ เห็นสมควร
เจ้าพนักงานประเมินอาจส่งหนังสือแจ้งความแก่บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคมหรือคณะบุคคลให้ยื่นบัญชีจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐(๑) (๒) (๓) (๔) และ
(๗) หรือพยานหลักฐานอื่นอันควรแก่เรื่องเพื่อตรวจสอบการหักภาษี ณที่จ่ายได้ตามที่เห็นสมควร และผู้ได้รับหนังสือแจ้งความต้องปฏิบัติตามภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งความ
ฉบับรวมการแก้ไข · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙