arnon.work

มาตรา ๖๒

แก้ไขข้อความที่แปลงจาก PDF ผิด เมื่อ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ · ๕๕๐ จุด

ลักษณะ ๒ ภาษีอากรฝ่ายสรรพากรหมวด ๓ ภาษีเงินได้

ส่วน ๒ การเก็บภาษีจากบุคคลธรรมดา

มาตรา ๔๐–๖๔ · ๔๒ มาตรา

มาตรา ๖๐ ทวิ

ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีตามหมวดนี้ เจ้า พนักงานประเมินมีอำนาจที่จะประเมินเรียกเก็บภาษีจากบุคคลใด ๆก่อนถึงกำหนดเวลายื่นรายการ ตามความในมาตรา ๕๖มาตรา ๕๗หรือมาตรา ๕๗ทวิ แล้วแต่กรณีก็ได้ เมื่อได้ประเมินแล้วให้แจ้ง จำนวนภาษีที่ประเมินไปยังผู้ต้องเสียภาษี ในกรณีนี้จะอุทธรณ์การประเมินก็ได้ ภาษีที่ประเมินเรียกเก็บตามความในวรรคก่อน ให้ถือเป็นเครดิตของผู้ต้องเสียภาษี ในการคำนวณภาษีจากยอดเงินได้สุทธิทั้งปี

มาตรา ๖๑

บุคคลใดมีชื่อในหนังสือสำคัญใด ๆแสดงว่า

(๑) เป็นเจ้าของทรัพย์สินอันระบุไว้ในหนังสือสำคัญและทรัพย์สินนั้นก่อให้เกิดเงินได้ พึงประเมิน หรือ

(๒) เป็นผู้ได้รับเงินได้พึงประเมินโดยหนังสือสำคัญเช่นว่านั้น เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินเรียกเก็บภาษีทั้งหมดจากผู้มีชื่อในหนังสือ สำคัญนั้นก็ได้ แต่ถ้าบุคคลนั้นต้องโอนเงินได้พึงประเมินให้แก่บุคคลอื่น บุคคลนั้นมีสิทธิหักเงินภาษี ๑๑)พ.ศ. ๒๔๙๗ จากจำนวนเงินซึ่งต้องโอนให้แก่บุคคลอื่นตามส่วน

มาตรา ๖๒

ในกรณีผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ผู้ที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ ผู้ที่ถึงแก่ความตาย บุคคลที่ตั้งตัวแทนจัดการทรัพย์สินหรือผู้รับประโยชน์ จากทรัสต์ เป็นผู้มีเงินได้สุทธิถึงจำนวนต้องเสียภาษี ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล ผู้พิทักษ์ ผู้จัดการ มรดกทายาทหรือผู้อื่นที่ครอบครองทรัพย์มรดก ตัวแทนหรือทรัสตี แล้วแต่กรณี เป็นผู้มีหน้าที่ต้อง ปฏิบัติการตามบทบัญญัติแห่งส่วนนี้ แทนผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะผู้ที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ ผู้ที่ถึงแก่ความตาย บุคคลที่ตั้งตัวแทน หรือผู้รับประโยชน์จากทรัสต์นั้น

มาตรา ๖๓

บุคคลใดถูกหักภาษีไว้ ณที่จ่าย และนำส่งแล้วเป็นจำนวนเงินเกิน กว่าที่ควรต้องเสียภาษีตามส่วนนี้ บุคคลนั้นมีสิทธิได้รับเงินจำนวนที่เกินนั้นคืน แต่ต้องยื่นคำร้องขอ คืนต่อเจ้าพนักงานประเมินภายในสามปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นรายการภาษีตามที่ กฎหมายกำหนด บุคคลใดที่ไม่มีหน้าที่ต้องยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินในปีภาษี แต่ถูกหัก ภาษีไว้ ณที่จ่าย และนำส่งแล้ว บุคคลนั้นมีสิทธิได้รับเงินจำนวนที่ถูกหักและนำส่งไว้แล้วนั้นคืน แต่ ต้องยื่นคำร้องขอคืนต่อเจ้าพนักงานประเมินภายในสามปีนับแต่วันที่ ๓๑มีนาคมของปีถัดจากปีที่ถูก หักภาษีไว้

มาตรา ๖๔

เว้นแต่กรณีตามมาตรา ๑๘ทวิ ถ้าภาษีที่ต้องเสียตามบทบัญญัติ แห่งส่วนนี้มีจำนวนตั้งแต่ ๓,๐๐๐บาทขึ้นไปผู้ต้องเสียภาษีจะชำระเป็นสามงวดๆละเท่า ๆกัน ก็ได้ คือ

(๑) ในกรณีที่ต้องเสียตามมาตรา ๕๖ตรี หรือมาตรา ๕๗จัตวา งวดที่หนึ่งต้องชำระ ตามกำหนดในมาตราดังกล่าว งวดที่สองต้องชำระภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ต้องชำระงวดที่หนึ่ง และงวดที่สามต้องชำระภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันสุดท้ายที่ต้องชำระงวดที่สอง

(๒) ในกรณีอื่น งวดที่หนึ่งต้องชำระภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งจำนวนภาษี ที่ประเมิน งวดที่สองต้องชำระภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันสุดท้ายที่ต้องชำระงวดที่หนึ่ง และงวดที่สาม ต้องชำระภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันสุดท้ายที่ต้องชำระงวดที่สอง การชำระภาษีตาม

(๑) ถ้าไม่ชำระภาษีงวดใดงวดหนึ่งภายในเวลาที่กำหนดไว้ ผู้ต้อง เสียภาษีหมดสิทธิที่จะชำระภาษีเป็นรายงวดต่อไปและต้องเสียเงินเพิ่มตามมาตรา ๒๗สำหรับงวดที่ ไม่ชำระและงวดต่อ ๆไป๒๐๑ พุทธศักราช ๒๔๘๓ การชำระภาษีตาม

(๒) ไม่เป็นเหตุให้ยกเว้นการเสียเงินเพิ่มตามมาตรา ๒๗และถ้า ไม่ชำระภาษีงวดใดงวดหนึ่งภายในเวลาที่กำหนดไว้ ผู้ต้องเสียภาษีหมดสิทธิที่จะชำระภาษีเป็นรายงวด ต่อไป๒๐๒

ฉบับรวมการแก้ไข · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙

ประมวลรัษฎากร มาตรา ๖๒ · arnon.work