มาตรา ๙๑/๓
แก้ไขข้อความที่แปลงจาก PDF ผิด เมื่อ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ · ๕๕๐ จุด
หมวด ๕ ภาษีธุรกิจเฉพาะ
มาตรา ๙๑–๙๑/๒๑ · ๒๒ มาตรา
ในหมวดนี้
(๑) “รายรับ”หมายความว่าเงิน ทรัพย์สิน ค่าตอบแทนหรือประโยชน์ใด ๆอันมี มูลค่าที่ได้รับหรือพึ ได้รับไม่ว่าในหรือนอกราชอาณาจักรอันเนื่องมาจากการประกอบกิจ
(๒) “มูลค่า”หมายความว่าราคาตลาดของทรัพย์สิน ของกิจการ ของค่าตอบแทน หรือของประโยชน์ใดๆ
(๓) “ราคาตลาด”หมายความว่า ราคาที่ซื้อขายกันหรือที่คิดค่าบริการกันตามความ เป็นจริงทั่วไปในขณะใดขณะหนึ่ง ในกรณีที่ราคาตลาดมีหลายราคาหรือไม่อาจทราบราคาตลาดได้แน่นอนให้อธิบดี โดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศใช้เกณฑ์คำนวณเพื่อให้ได้ราคาตลาดเป็นมูลค่าของสินค้าหรือ บริการได้
(๔) “ขาย”หมายความรวมถึงสัญญาจะขาย ขายฝากแลกเปลี่ยน ให้ ให้เช่าซื้อ หรือจำหน่ายจ่ายโอนไม่ว่าจะมีประโยชน์ตอบแทนหรือไม่ ให้นำบทนิยามคำว่า “บุคคล”“บุคคลธรรมดา”“คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล” “นิติ บุคคล”“ตัวแทน”“สถานประกอบการ”และ“เดือนภาษี”ตามมาตรา ๗๗/๑มาใช้บังคับ
ภายใต้บังคับมาตรา ๙๑/๔การประกอบกิจการดังต่อไปนี้ใน ราชอาณาจักรให้อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามบทบัญญัติในหมวดนี้
(๑) การธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์หรือกฎหมายเฉพาะ
(๒) การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุ กิจเครดิตฟองซิเอร์ตามกฎหมาย ว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ (๓)๓๘๓ การรับประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต
(๔) การรับจำนำตามกฎหมายว่าด้วยโรงรับจำนำ
(๕) การประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ เช่น การใหู้้ยืมเงิน ค้ำประกัน แลกเปลี่ยนเงินตรา ออกซื้อ หรือขายตั๋วเงิน หรือรับส่งเงินไปต่างประเทศด้วยวิธีต่าง ๆ
(๖) การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรไม่ว่าอสังหาริมทรัพย์นั้นจะได้มา โดยวิธีใดก็ตาม ทั้งนี้ เฉพาะที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่กำหนดโดยพระราช กฤษฎีกา
(๗) การขายหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยใน ตลาดหลักทรัพย์ ๒๕๓๔ ๒๕๓๔ ๒๕๓๔ ๓๓)พ.ศ. ๒๕๔๑
(๘) การประกอบกิจการอื่นตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ในกรณีที่บุคคลอยู่นอกราชอาณาจักรประกอบกิจการโดยผ่านสถานประกอบการ หรือตัวแทนของตนที่อยู่ในราชอาณาจักร ให้ถือว่าประกอบกิจการในราชอาณาจักรตามมาตรานี้ ในกรณีที่มีปัญหาว่ กิจการใดเป็นกิจการตาม
(๕) หรือไม่ อธิบดีจะเสนอให้ คณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรพิจารณากำหนดขอบเขต และเงื่อนไขของการประกอบกิจการที่อยู่ ภายใต้บังคับตามมาตรานี้ก็ได้ และเมื่อคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรได้วินิจฉัยแล้ว ให้ประกาศ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรในราชกิจจานุเบกษา
ให้ยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับกิจการดังต่อไปนี้
(๑) กิจการของธนาคารแห่งประเทศไทยธนาคารออมสินธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ารเกษตร
(๒) กิจการของบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
(๓) กิจการของสหกรณ์ออมทรัพย์เฉพาะการให้กู้ ยืมแก่สมาชิกหรือแก่สหกรณ์ออม ทรัพย์อื่น
(๔) กิจการของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
(๕) กิจการของการเคหะแห่งชาติเฉพาะการขายหรือให้เช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์
(๖) กิจการรับจำนำของกระทรวง ทบวงกรมและราชการส่วนท้องถิ่น
(๗) กิจการอื่นตามมาตรา ๙๑/๒ตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
กิจการเฉพาะอย่างของกิจการตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๙๑/๒ ดังต่อไปนี้ ให้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามหมวด ๔
(๑) กิจการเฉพาะอย่างที่มิใช่กิจการที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับกิจการตามมาตรา ๙๑/๒
(๒) กิจการเฉพาะอย่างที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับกิจการตามมาตรา ๙๑/๒ซึ่งพระราช กากำหนดให้เป็นกิจการที่เสียภาษีูลค่าเพิ่ม ในกรณีที่มีปัญหาว่ากิจการใดเป็นกิจการที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับกิจการตามมาตรา ๙๑/๒หรือไม่ อธิบดีจะเสนอให้คณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรพิจารณากำหนดขอบเขต และ เงื่อนไขของการประกอบกิจการก็ได้ และเมื่อคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรได้วินิจฉัยแล้ว ให้ ประกาศคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรในราชกิจจานุเบกษา
ฐานภาษีสำหรับการประกอบกิจการตามบทบัญญัติในหมวดนี้ ได้แก่รายรับดังต่อไปนี้ที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีได้รับหรือพึงได้รับเนื่องจากการประกอบกิจการ
(๑) สำหรับกิจการธนาคารตามมาตรา ๙๑/๒(๑) รายรับจากการประกอบกิจการ ๒๕๓๔ ๒๕๓๔ ๒๕๓๔ คือ
(ก) ดอกเบี้ย ส่วนลดค่าธรรมเนียม ค่าบริก หรือกำไรก่อนหัรายจ่ายใด ๆ จากการซื้อหรือขายหรือที่ได้จากตั๋วเงิน หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ใด ๆและ
(ข) กำไรก่อนหักรายจ่ายใดๆจากการแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายเงินตราการออก ตั๋วเงิน หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ใด ๆหรือการส่งเงินไปต่างประเทศ
(๒) สำหรับกิจการธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ตาม มาตรา ๙๑/๒(๒) รายรับจากการประกอบกิจการคือ
(ก) รายรับตาม(๑) (ก) และ
(ข) รายรับตาม(๑)
(ข) (๓)๓๘๗ สำหรับกิจการรับประกันชีวิตตามมาตรา ๙๑/๒(๓) รายรับจากการ ประกอบกิจการได้แก่ ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการ
(๔) สำหรับกิจการโรงรับจำนำตามมาตรา ๙๑/๒(๔) รายรับจากการประกอบ กิจการคือ
(ก) ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และ
(ข) เงิน ทรัพย์สิน ค่าตอบแทนหรือประโยชน์ใด ๆอันมีมูลค่าที่ได้รับหรือพึง ได้รับจากการขายของที่จำนำหลุดเป็นสิทธิ
(๕) สำหรับกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ตามมาตรา ๙๑/๒(๕) รายรับจากการ ประกอบกิจการคือ
(ก) รายรับตาม(๑) (ก) และ
(ข) รายรับตาม(๑) (ข)
(๖) สำหรับกิจการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรตามมาตรา ๙๑/๒
(๖) รายรับจากการประกอบกิจการคือ รายรับก่อนหักรายจ่ ยใดๆทั้งสิ้น
(๗) สำหรับกิจการขายหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ ไทยในตลาดหลักทรัพย์ตามมาตรา ๙๑/๒(๗) รายรับจากการประกอบกิจการคือรายรับก่อนหัก รายจ่ายใด ๆทั้งสิ้น
(๘) สำหรับกิจการอื่นตามมาตรา ๙๑/๒(๘) รายรับจากการประกอบกิจการ ให้ เป็นไปตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
ฉบับรวมการแก้ไข · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙