มาตรา ๑๓
เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี ผู้รับใบอนุญาตตามข้อ ๓ ต้องดำเนินการ ตามแผนป้องกันอันตรายจากรังสีที่จัดทำขึ้น ตามควรแก่กรณี ตามระดับความรุนแรงของเหตุฉุกเฉิน ทางนิวเคลียร์และรังสี จนกระทั่งเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสียุติลง กรณีที่เหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีมีลักษณะหรือขยายขอบเขตเป็นความเสียหายสาธารณะ การดำเนินการตามแผนการป้องกันอันตรายจากรังสีต้องสอดรับกับแผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี โดยผู้รับใบอนุญาตมีหน้าที่แจ้งเหตุและประสานงานกับเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วย การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ผู้รับใบอนุญาตตามข้อ ๓ ต้องจัดให้มีผู้ปฏิบัติงานกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์ และรังสี หรือจัดให้มีหน่วยงานในสถานประกอบการเพื่อทำหน้าที่ในการตอบสนองเหตุฉุกเฉิน ทางนิวเคลียร์และรังสีตามแผนป้องกันอันตรายจากรังสี ผู้ปฏิบัติงานหรือหน่วยงานตามวรรคหนึ่ง ต้องได้รับการฝึกอบรมและฝึกซ้อมเกี่ยวกับ การตอบสนองเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีอย่างสม่ำเสมอ
การปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี ต้องเป็นไป ตามหลักการปฏิบัติงานโดยได้รับรังสีน้อยที่สุด ซึ่งจะต้องได้รับรังสีไม่เกิน ๑๐๐ มิลลิซีเวิร์ต เว้นแต่ เป็นการปฏิบัติเพื่อรักษาชีวิตของผู้ประสบภัยต้องได้รับรังสีไม่เกิน ๕๐๐ มิลลิซีเวิร์ต เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก ห้ามผู้มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปี หรือสตรีมีครรภ์ หรืออยู่ระหว่างการให้นมบุตรเป็นผู้ปฏิบัติงาน กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี
ผู้รับใบอนุญาตตามข้อ ๓ ต้องจัดให้มีการฝึกอบรมและฝึกซ้อมการตอบสนองเหตุฉุกเฉิน ทางนิวเคลียร์และรังสีตามแผนป้องกันอันตรายจากรังสีแก่ผู้ปฏิบัติงานกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์ และรังสี หรือหน่วยงานในสถานประกอบการ โดยในการฝึกอบรมและการฝึกซ้อมอาจจัดให้มีการฝึกซ้อม แผนบนโต๊ะ (tabletop exercise) หรือการฝึกอบรมและการฝึกซ้อมแผนภาคสนามก็ได้ และต้องแจ้ง การดำเนินการดังกล่าวต่อสำนักงานอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
ผู้รับใบอนุญาตตามข้อ ๓ (๑) (๒) และ
(๓) ต้องจัดให้มีการฝึกซ้อมการตอบสนอง เหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีตามแผนป้องกันอันตรายจากรังสีในระดับสูงสุดตามผลการประเมิน ความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี และต้องมีการทบทวนแผนป้องกันอันตราย จากรังสีอย่างน้อยทุกห้าปี และต้องแจ้งผลการฝึกซ้อมและผลการทบทวนแผนดังกล่าวให้สำนักงาน ทราบด้วย
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙