มาตรา ๕
เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาต ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอรับใบอนุญาต รวมทั้งข้อมูล เอกสาร และหลักฐานว่าถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ หากไม่ถูกต้องหรือขาดข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานใด ให้แจ้งผู้ขอรับใบอนุญาตทราบทันที ถ้าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ ในขณะนั้น ให้แจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือส่งข้อมูล เอกสาร หรือ หลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วน ถ้าเป็นกรณีที่ไม่อาจดำเนินการได้ในขณะนั้น ให้บันทึกความบกพร่องนั้นไว้ และแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือจัดส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด ในกรณีที่การยื่นคำขอรับใบอนุญาตมิได้กระทำ โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้อธิบดีและผู้ขอรับใบอนุญาตลงนามไว้ในบันทึกนั้นด้วย ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบอนุญาต รวมทั้งข้อมูล เอกสาร และหลักฐาน ถูกต้องและครบถ้วนแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกหลักฐานการรับคำขอให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือไม่ส่งข้อมูล เอกสาร หรือ หลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วน ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และให้ พนักงานเจ้าหน้าที่จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ
ในการตรวจสอบข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไป ตรวจสอบสถานที่ของผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต หรือเรียกผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเกี่ยวกับข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานที่ยื่นไว้ได้
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดทำรายงานผลการตรวจสอบและความเห็นเสนอต่ออธิบดี ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ข้อมูล เอกสาร และหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ให้อธิบดีพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงาน ผลการตรวจสอบและความเห็นตามวรรคหนึ่ง ในกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งอนุญาต ให้แจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ มีคำสั่งอนุญาต และให้อธิบดีออกใบอนุญาตให้ผู้ขอรับใบอนุญาต ในกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้แจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ มีคำสั่งไม่อนุญาต พร้อมด้วยเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์
ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาต้อง
(๑) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปี เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก
(๒) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า หรือเป็นผู้ มีประสบการณ์ใน การเป็นผู้บริหารหรือเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับด้านสถานศึกษา สถานฝึกและอบรม หรือสถานแนะนำ ทางจิตมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี
(๓) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิด ที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีก่อนวันที่ ขอรับใบอนุญาต
(๔) ไม่มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี
(๕) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือคนไร้ความสามารถหรือ คนเสมือนไร้ความสามารถ
(๖) ไม่อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งสถานศึกษา สถานฝึกและอบรม หรือสถานแนะนำทางจิต
(๗) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตให้จัดตั้งสถานศึกษา สถานฝึกและอบรม หรือสถานแนะนำ ทางจิตตามกฎกระทรวงนี้ หรือตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เว้นแต่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตมาแล้ว ไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต ในกรณีผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคล ผู้แทนนิติบุคคลนั้นต้องมีลักษณะตามวรรคหนึ่งด้วย
ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งต้องยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือ หลักฐาน ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีบุคคลธรรมดา
(ก) เลขประจำตัวประชาชน
(ข) เอกสารหรือหลักฐานแสดงคุณวุฒิการศึกษา
(ค) หนังสือรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการทำงานด้านสถานศึกษา สถานฝึก และอบรม หรือสถานแนะนำทางจิต กรณีเป็นผู้มีประสบการณ์ตามข้อ ๖ (๒)
(ง) ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
(๒) กรณีนิติบุคคล
(ก) ชื่อและเลขทะเบียนนิติบุคคล เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๑ ก
(ข) หนังสือแสดงว่าผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้แทนนิติบุคคลโดยระบุเลขประจำตัวประชาชน ของบุคคลดังกล่าวซึ่งยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลดังกล่าวของบุคคลนั้น และในกรณีที่มอบอำนาจ ให้ผู้อื่นดำเนินการแทน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้เป็นผู้ดำเนินการในใบอนุญาตที่ติดอากรแสตมป์แล้ว พร้อมทั้งระบุเลขประจำตัวประชาชนของผู้แทนนิติบุคคลที่มอบอำนาจและของผู้รับมอบอำนาจ ซึ่งยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลดังกล่าวของบุคคลนั้น
(๓) ข้อมูล เอกสาร และหลักฐาน ตามข้อ ๒ (๒) ถึง (๗)
(๔) หลักฐานแสดงสิทธิครอบครองในสถานที่และอาคารที่จะขออนุญาตจัดตั้ง ในกรณีที่ สถานที่หรืออาคารเป็นของผู้อื่น ผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ หรืออาคารได้ไม่น้อยกว่าสิบปีจากเจ้าของสถานที่หรืออาคารดังกล่าว
(๕) กรณียื่นคำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถานศึกษา ต้องแนบใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียน ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน คำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถานแนะนำทางจิต ต้องแนบใบอนุญาต ประกอบกิจการสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล
(๖) คำยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลตาม (๑) (ก) หรือ (๒)
(ก) เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙