มาตรา ๒
ในกฎกระทรวงนี้ “ใบรับแจ้ง” หมายความว่า ใบรับแจ้งการครอบครองวัสดุนิวเคลียร์ “ผู้แจ้ง” หมายความว่า ผู้มีไว้ในครอบครองวัสดุนิวเคลียร์ตามมาตรา ๓๘ วรรคหนึ่ง ซึ่งได้รับใบรับแจ้งตามกฎกระทรวงนี้
ผู้ใดมีไว้ในครอบครองวัสดุนิวเคลียร์ตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๓๘ วรรคหนึ่ง ต้องยื่นคำขอแจ้งการครอบครองวัสดุนิวเคลียร์ พร้อมด้วยเอกสาร หรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ ต่อเลขาธิการภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีไว้ในครอบครองวัสดุนิวเคลียร์นั้น
เมื่อได้รับคำขอแจ้งการครอบครองวัสดุนิวเคลียร์ ให้เลขาธิการตรวจสอบคำขอ และเอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมคำขอให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเห็นว่าคำขอ เอกสาร หรือหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบทันที ถ้าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไข หรือเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ให้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสาร หรือหลักฐานเพิ่มเติม ให้ถูกต้องและครบถ้วน ถ้าเป็นกรณีที่ไม่อาจดำเนินการได้ในขณะนั้น ให้บันทึกความบกพร่อง และรายการเอกสาร หรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอ จะต้องดำเนินการไว้และแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบ ในกรณีการยื่นคำขอมิได้กระทำโดยวิธีการ ทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้เลขาธิการและผู้ยื่นคำขอลงนามไว้ในบันทึกนั้น และมอบสำเนาให้ผู้ยื่นคำขอไว้ เป็นหลักฐาน เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขเพิ่มเติม หรือจัดส่งคำขอ เอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้อง และครบถ้วนภายในกำหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และให้เลขาธิการจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบและมีหนังสือแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ในกรณีที่เห็นว่าคำขอ เอกสาร และหลักฐานถูกต้องและครบถ้วนแล้ว ให้เลขาธิการออกใบรับแจ้ง ให้แก่ผู้ยื่นคำขอภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ เอกสาร และหลักฐานที่ถูกต้องและครบถ้วน ดังกล่าว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ยื่นคำขอ เลขาธิการจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบโดยวิธีการ ทางอิเล็กทรอนิกส์ไปพร้อมกับหนังสือตามวรรคสอง หรือวรรคสามด้วยก็ได้
ผู้แจ้งต้องจัดทำรายงานแสดงปริมาณการครอบครองวัสดุนิวเคลียร์ต่อเลขาธิการ ทุกรอบหนึ่งปีนับแต่วันที่เลขาธิการออกใบรับแจ้ง และให้จัดส่งรายงานพร้อมด้วยเอกสาร หรือหลักฐาน ตามที่ระบุไว้ในแบบรายงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนดระยะเวลาจัดทำรายงานดังกล่าว
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙