มาตรา ๑๕
หมวด ๓ การขอรับโอนใบอนุญาตตามเหตุที่กฎหมายกำหนด
มาตรา ๑๒–๑๖ · ๕ มาตรา
เมื่อได้มีการยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตตามข้อ ๑๒ พร้อมเอกสารและหลักฐาน ครบถ้วนถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนดในข้อ ๑๒ แล้ว ให้เสนอเลขาธิการเพื่อพิจารณา โดยในกรณี ที่เลขาธิการมีคำสั่งอนุญาต ให้สำนักงานแจ้งคำสั่งให้ผู้ยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตทราบ และให้จัดทำ ใบอนุญาตใหม่และจัดส่งให้ผู้ยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีคำสั่ง ทั้งนี้ ให้นำความในข้อ ๖ และข้อ ๑๐ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม ในกรณีที่เลขาธิการมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้สำนักงานแจ้งคำสั่งดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอรับโอน ใบอนุญาตทราบ พร้อมระบุเหตุผลของการไม่อนุญาต รวมทั้งแจ้งสิทธิและระยะเวลาอุทธรณ์ ต่อคณะกรรมการให้ผู้ยื่นคำขอทราบด้วย
ในกรณีที่ทายาท ผู้ชำระบัญชี หรือผู้อนุบาล ระบุในคำขอรับโอนตามข้อ ๑๒ ว่าไม่ประสงค์จะประกอบกิจการต่อไป หรือเลขาธิการพิจารณาคำขอรับโอนใบอนุญาตแล้วเห็นว่าทายาท ผู้ชำระบัญชี หรือผู้อนุบาลที่ประสงค์จะประกอบกิจการต่อไป เป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติ มีลักษณะต้องห้าม หรือไม่มีศักยภาพตามข้อ ๕ เลขาธิการอาจแจ้งให้ทายาท ผู้ชำระบัญชี หรือผู้อนุบาลดำเนินการจัดหา ผู้รับโอนและดำเนินการขอโอนใบอนุญาตตามหมวด ๑ ได้ การแจ้งการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้เลขาธิการกำหนดเงื่อนไขและระยะเวลาดำเนินการ ตามความจำเป็น ทั้งนี้ ในระหว่างระยะเวลาดังกล่าวให้ถือเสมือนว่าทายาท ผู้ชำระบัญชี หรือผู้อนุบาลนั้น เป็นผู้รับใบอนุญาต
ในกรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้รับโอนใบอนุญาตตามข้อ ๑๓ หรือได้รับแจ้ง จากเลขาธิการว่าใบอนุญาตสิ้นอายุลงตามข้อ ๑๒ วรรคสาม แล้ว ให้ดำเนินการเรียกประชุมเจ้าหนี้ ตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย เพื่อพิจารณาเกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสี เครื่องกำเนิดรังสี หรือวัสดุนิวเคลียร์ ที่ได้รับโอน เมื่อที่ประชุมเจ้าหนี้พิจารณาแล้วมีมติให้รวบรวมและขายทอดตลาดซึ่งวัสดุกัมมันตรังสี เครื่องกำเนิดรังสี หรือวัสดุนิวเคลียร์ เพื่อประโยชน์แก่กองทรัพย์สินของผู้รับใบอนุญาตที่ล้มละลาย หรือมีมติว่าไม่สามารถดำเนินการขายทอดตลาดได้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นั้นแจ้งมติดังกล่าวต่อ สำนักงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีมติ
ให้เลขาธิการแจ้งให้ทายาท ผู้ชำระบัญชี เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือผู้อนุบาล แล้วแต่กรณี ดำเนินการจัดการกากกัมมันตรังสีตามกฎกระทรวงว่าด้วยการจัดการกากกัมมันตรังสี ในกรณี ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีทายาท ผู้ชำระบัญชี หรือผู้อนุบาล ระบุในคำขอรับโอนตามข้อ ๑๒ ว่าไม่ประสงค์ จะประกอบกิจการต่อไป
(๒) กรณีทายาท ผู้ชำระบัญชี หรือผู้อนุบาล ที่ประสงค์จะประกอบกิจการต่อไป เป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติ มีลักษณะต้องห้าม หรือไม่มีศักยภาพตามข้อ ๕
(๓) กรณีที่มีการฝ่าฝืนหรือมิได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข หรือพ้นกำหนดระยะเวลาดำเนินการ ตามที่เลขาธิการกำหนดตามข้อ ๑๔ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก
(๔) กรณีเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งมติที่ประชุมเจ้าหนี้ว่าไม่สามารถดำเนินการ ขายทอดตลาดได้
(๕) กรณีที่เลขาธิการมีคำสั่งไม่อนุญาตตามข้อ ๑๓ วรรคสอง ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้จ่ายจากหลักประกันของผู้รับใบอนุญาต ที่ได้วางไว้ตามกฎกระทรวงการวางหลักประกันและการดำเนินการเกี่ยวกับหลักประกัน ให้ไว้ ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖7 ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๘ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๓๓ วรรคสอง มาตรา ๔๓ วรรคสอง มาตรา ๕๐ วรรคสอง และมาตรา ๘๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมมีอำนาจ ออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอโอนใบอนุญาตและการโอนใบอนุญาต เกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสี เครื่องกำเนิดรังสี วัสดุนิวเคลียร์ สถานประกอบการทางนิวเคลียร์ และสถานที่ ให้บริการจัดการกากกัมมันตรังสี จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙