มาตรา ๑๑
ให้คณะกรรมการพิจารณากำหนดราคาที่ดินที่ตกอยู่ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์ ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) นำราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดของที่ดินตามข้อ ๕ และราคาประเมินที่ดิน ตามข้อ ๖ มาพิจารณาหาราคาโดยเฉลี่ยของที่ดิน และให้ถือเอาราคาโดยเฉลี่ยดังกล่าวเป็นฐาน เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๓ ก ในการกำหนดราคาที่ดินที่ตกอยู่ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์ เว้นแต่ราคาโดยเฉลี่ยดังกล่าวต่ำกว่า ราคาที่ซื้อขายกันตามปกติ ให้ใช้ราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดของที่ดินเป็นฐานในการพิจารณา ราคาที่ดินที่ตกอยู่ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์
(๒) นำขนาด ที่ตั้ง สภาพและลักษณะการใช้ประโยชน์ในที่ดิน และสภาพการใช้ที่ดิน ในบริเวณใกล้เคียงกับที่ดินตามข้อ ๗ มาพิจารณากำหนดราคาที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงของที่ดินที่ตกอยู่ ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์
(๓) ในกรณีที่มีเหตุอันจะต้องเพิ่มราคาที่ดิน เพราะสภาพและลักษณะของภาระอันพึงมีขึ้นแก่ที่ดิน ตามข้อ ๘ และผลประโยชน์หรือความเสียหายที่เจ้าของที่ดินได้รับจากการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ ของการเข้าใช้ที่ดินในขณะนั้นตามข้อ ๔
(๖) ให้เพิ่มขึ้นได้อีกไม่เกินร้อยละสิบของราคาตาม
(๒) ในกรณีที่ดินแปลงเดียวกันมีทั้งส่วนที่จะต้องเวนคืนตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนและการได้มา ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ และส่วนที่ตกอยู่ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์ หากมีการกำหนดเงินค่าทดแทน สำหรับที่ดินส่วนที่จะต้องเวนคืนแล้ว ให้คณะกรรมการนำการกำหนดเงินค่าทดแทนดังกล่าว มาประกอบการพิจารณากำหนดราคาที่ดินส่วนที่ตกอยู่ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์ด้วย ในการพิจารณาตามวรรคสอง ถ้าเป็นที่ดินหลายแปลงและเป็นของเจ้าของเดียวกันหรือเป็น ของสามีหรือภริยาอยู่ชิดติดเป็นผืนเดียวกัน ให้ถือเสมือนเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน
เมื่อทราบราคาที่ดินที่ตกอยู่ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์ตามข้อ ๙ แล้ว ให้กำหนดเงินค่าทดแทนภาระในอสังหาริมทรัพย์ในอัตราร้อยละเจ็ดสิบห้าของราคาที่ดินนั้น
ในกรณีที่การกำหนดลักษณะภาระในอสังหาริมทรัพย์ทำให้ต้องแก้ไขปรับปรุงอาคาร และสิ่งปลูกสร้างใด ๆ ในที่ดินที่ตกอยู่ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์ หรือทำให้เจ้าของต้องหยุด กิจกรรมใดๆ เป็นการชั่วคราว เนื่องจากการแก้ไขปรับปรุงดังกล่าว หรือต้องย้ายออกจากอสังหาริมทรัพย์ ในระหว่างการแก้ไขปรับปรุง ให้คณะกรรมการกำหนดเงินค่าทดแทนภาระในอสังหาริมทรัพย์ให้แก่ เจ้าของเฉพาะที่ได้เสียหายจริง โดยเหตุที่ต้องมีการแก้ไขปรับปรุงอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง หรือสูญเสียรายได้ หรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นหรือความเสียหายอื่นใดระหว่างหยุดกิจกรรมชั่วคราว หรือต้องขนย้ายทรัพย์สิน ออกจากอสังหาริมทรัพย์ระหว่างการแก้ไขปรับปรุง การขอรับเงินค่าทดแทนตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าของแสดงหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อคณะกรรมการ ตามระเบียบที่หน่วยงานกำหนด เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๓ ก
ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องก่อให้เกิดภาระในอสังหาริมทรัพย์เป็นการชั่วคราว เพื่อเตรียมก่อสร้าง หรือดำเนินการสร้าง ขยาย ปรับปรุง หรือบำรุงรักษากิจการขนส่งมวลชน ให้คณะกรรมการกำหนดเงินค่าทดแทนภาระในอสังหาริมทรัพย์โดยคำนึงถึงอัตราค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์นั้น หรืออัตราค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ในบริเวณใกล้เคียง และในการจดทะเบียนกำหนดลักษณะภาระ ในอสังหาริมทรัพย์ในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ให้กำหนดระยะเวลาของภาระในอสังหาริมทรัพย์นั้นไว้ ตามมาตรา ๑๗ ด้วย ให้ไว้ ณ วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖7 สุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ปฏิบัติราชการแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๓ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๗ วรรคสอง มาตรา ๒๘ วรรคสอง และมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดหาอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการขนส่งมวลชน พ.ศ. ๒๕๔๐ บัญญัติให้การกำหนดหลักเกณฑ์การวินิจฉัยว่าภาระที่เกิดขึ้นแก่อสังหาริมทรัพย์ลักษณะใด ที่ถือว่าไม่ทำให้การใช้สอยอสังหาริมทรัพย์ต้องลดน้อยลง และลักษณะใดที่อาจถือได้ว่าทำให้ไม่อาจใช้สอย อสังหาริมทรัพย์ได้ตามปกติ รวมทั้งหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดจำนวนเงินค่าทดแทนกรณีที่มีการกำหนดภาระ ในอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่บนหรือเหนือพื้นดินหรือพื้นน้ำ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙