มาตรา ๓
ในกฎกระทรวงนี้ “ภาระในอสังหาริมทรัพย์” หมายความว่า ภาระในอสังหาริมทรัพย์ที่ได้จดทะเบียนกำหนด ลักษณะภาระในอสังหาริมทรัพย์ในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน “เจ้าของ” หมายความว่า เจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งอสังหาริมทรัพย์ ที่ได้จดทะเบียนเพื่อกำหนดลักษณะภาระในอสังหาริมทรัพย์ในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน “คำขอ” หมายความว่า คำขอให้จดทะเบียนเลิกภาระในอสังหาริมทรัพย์
การยื่นคำขอ การแจ้ง การยื่นเอกสารหรือหลักฐาน หรือการติดต่อใด ๆ และการออกเอกสารหรือหลักฐานต่าง ๆ ตามกฎกระทรวงนี้ ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วย การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในกรณีที่มีเหตุไม่สามารถดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามวรรคหนึ่งได้ ให้ดำเนินการ ณ ที่ทำการของหน่วยงานที่ดำเนินการ
เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ซึ่งจะขอให้จดทะเบียนเลิกภาระในอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่
(๑) เจ้าของ ในกรณีที่มีเจ้าของหลายคน เจ้าของคนใดคนหนึ่งจะขอให้จดทะเบียนเลิกภาระ ในอสังหาริมทรัพย์ได้ เมื่อมีหลักฐานแสดงได้ว่าเจ้าของคนอื่นรับทราบการขอให้จดทะเบียนเลิกภาระ ในอสังหาริมทรัพย์หรือได้ร่วมขอให้จดทะเบียนเลิกภาระนั้นด้วย
(๒) ทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกของเจ้าของ ในกรณีที่มีทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกหลายคน ทายาทคนใดคนหนึ่งจะขอให้จดทะเบียนเลิกภาระในอสังหาริมทรัพย์ได้ แต่ในกรณีที่มีเจ้าของหลายคน และเจ้าของคนใดคนหนึ่งยังมีชีวิตอยู่ ทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกนั้นจะขอให้จดทะเบียนเลิกภาระ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๓ ก ในอสังหาริมทรัพย์ได้ เมื่อมีหลักฐานแสดงได้ว่าเจ้าของที่ยังมีชีวิตอยู่รับทราบการขอให้จดทะเบียนเลิกภาระ ในอสังหาริมทรัพย์หรือได้ร่วมขอให้จดทะเบียนเลิกภาระนั้นด้วย
เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ซึ่งประสงค์จะขอให้จดทะเบียนเลิกภาระในอสังหาริมทรัพย์ ทั้งหมดหรือบางส่วน ต้องยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ ในคำขอ ทั้งนี้ คำขอให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เมื่อได้รับคำขอแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอ รวมทั้งเอกสาร หรือหลักฐานว่าถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ ในกรณีที่คำขอ เอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้บันทึกความบกพร่องนั้นไว้ และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมคำขอ หรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนในคราวเดียวกัน ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ในกรณีที่การยื่นคำขอมิได้กระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอลงนามไว้ในบันทึกนั้นด้วย ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอได้ยื่นคำขอ รวมทั้งเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอโดยพลัน ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอ หรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้อง และครบถ้วนภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และให้พนักงานเจ้าหน้าที่จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบ พร้อมส่งคำขอ เอกสารหรือหลักฐานคืนให้แก่ผู้ยื่นคำขอ
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙