มาตรา ๑๒
หมวด ๒ การขออนุญาตและการออกใบอนุญาตดำเนินกิจการ
มาตรา ๖–๑๖ · ๑๑ มาตรา
เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาตแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาต รายละเอียดตามคำขอรับใบอนุญาต ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องว่าถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ ในกรณีที่เอกสารหรือหลักฐานตามคำขอรับใบอนุญาตไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้แจ้งผู้ขอรับ ใบอนุญาตทราบทันที ถ้าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ให้แจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาต เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๔ ก แก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือจัดส่งข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องและครบถ้วน แต่ในกรณีที่ไม่อาจดำเนินการได้ในขณะนั้น ให้บันทึกความบกพร่องและรายการของข้อมูล เอกสารหรือ หลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติมไว้ และแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือ จัดส่งข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด ในกรณีที่การยื่น คำขอรับใบอนุญาตมิได้กระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ขอรับใบอนุญาต ลงนามไว้ในบันทึกนั้นด้วย ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือไม่จัดส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์ จะดำเนินการต่อไป ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบและคืนคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอรับ ใบอนุญาต พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตทราบด้วย ในกรณีที่เอกสารหรือหลักฐานตามคำขอรับใบอนุญาตถูกต้องและครบถ้วน ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนการรับคำขอ และออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต
เมื่อคำขอรับใบอนุญาต รวมทั้งข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานตามคำขอถูกต้องและ ครบถ้วน และผู้ขอรับใบอนุญาตมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๗ แล้ว ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่เสนอเรื่องพร้อมความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของอธิบดี ในกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งอนุญาต ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียม ภายในระยะเวลาที่กำหนด เมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมแล้ว ให้ออกใบอนุญาตแก่ผู้นั้น โดยไม่ชักช้า ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ชำระค่าธรรมเนียมภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าผู้นั้น ไม่ประสงค์จะรับใบอนุญาต และให้พนักงานเจ้าหน้าที่จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ ในกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอรับใบอนุญาต ทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่งไม่อนุญาต พร้อมด้วยเหตุผลและแจ้งสิทธิอุทธรณ์ด้วย
ในการพิจารณาออกใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า ให้คำนึงถึง ความเหมาะสมของโครงการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในการดำเนิน กิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า ตลอดจนความเหมาะสมของสถานที่ที่จะใช้ทำการ เครื่องมือ และอุปกรณ์ ที่จะใช้ดำเนินกิจการของผู้ขอรับใบอนุญาตด้วย
ผู้รับใบอนุญาตจะต้องดำเนินการตามโครงการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าที่ยื่นไว้ภายในหนึ่งปี นับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต หากไม่เริ่มดำเนินการภายในหนึ่งปี ให้ใบอนุญาตนั้นเป็นอันสิ้นผล เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๔ ก
ผู้รับใบอนุญาตมีหน้าที่ต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) ดูแลสวัสดิภาพของสัตว์ป่าให้เหมาะสมกับชนิดของสัตว์ป่านั้น รวมทั้งจัดให้มีสัตวแพทย์ หรือสัตวบาลเพื่อดูแลสุขภาพสัตว์ป่าตามระยะเวลาที่เหมาะสม กรณีสัตว์ป่าที่เป็นสัตว์น้ำอาจจัดให้มี นักวิชาการด้านสัตว์น้ำเพื่อดูแลสุขภาพสัตว์ป่าที่เป็นสัตว์น้ำแทนสัตวแพทย์หรือสัตวบาลก็ได้ โดยต้อง จัดทำบันทึกการตรวจสุขภาพของสัตว์ป่าเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบด้วย
(๒) จัดสถานที่ที่ใช้เลี้ยงดูสัตว์ป่ามิให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่บุคคลที่อยู่อาศัยในบริเวณ ใกล้เคียง
(๓) ดูแล เฝ้าระวัง และป้องกันมิให้สัตว์ป่าทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรือทรัพย์สิน ของผู้อื่น
(๔) จัดทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ป่าให้แก่สัตว์ป่าที่ได้จากการเพาะพันธุ์ของตน ตามระเบียบหรือประกาศที่อธิบดีกำหนด
(๕) ภายในหนึ่งปีหลังจากได้รับใบอนุญาต เมื่อผู้รับใบอนุญาตดำเนินการตามโครงการ เพาะพันธุ์สัตว์ป่าแล้ว ให้แจ้งแก่พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าตรวจสอบการดูแลสวัสดิภาพสัตว์ป่า
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙