มาตรา ๑๘
หมวด ๒ การควบคุมการปฏิบัติงานของผู้ควบคุมและผู้รับจ้างให้บริการ
มาตรา ๑๓–๒๕ · ๑๓ มาตรา
ผู้รับจ้างให้บริการจะโอนกิจการให้บริการบำบัดน้ำเสียของตนให้แก่บุคคลอื่นไม่ได้ เว้นแต่เป็นการโอนให้แก่ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๘ และจะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๔ ก การขออนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อนการโอนกิจการไม่น้อยกว่า เก้าสิบวัน เพื่อให้กิจการให้บริการบำบัดน้ำเสียที่รับโอนมามีความต่อเนื่อง ให้ผู้รับโอนกิจการให้บริการ บำบัดน้ำเสียดำเนินการตามแผนงานที่ผู้โอนได้เสนอไว้ แต่หากผู้รับโอนกิจการให้บริการบำบัดน้ำเสีย ประสงค์จะเสนอแผนงานใหม่ ให้นำบทบัญญัติในข้อ ๑๔ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
ผู้รับจ้างให้บริการรายใดประสงค์จะย้ายสถานที่ตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย ให้ยื่นคำขออนุญาต ย้ายสถานที่ตั้งระบบบำบัดน้ำเสียต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อนวันเริ่มดำเนินการไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน เพื่อประโยชน์ในการจัดการและควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมในท้องที่นั้น เจ้าพนักงานท้องถิ่น จะกำหนดเงื่อนไขในการอนุญาตให้ผู้รับจ้างให้บริการต้องปฏิบัติตามสมควรด้วยก็ได้
ผู้รับจ้างให้บริการรายใดประสงค์จะเปลี่ยนแปลงระบบบำบัดน้ำเสียในระหว่าง การรับจ้างให้บริการบำบัดน้ำเสีย ให้ยื่นคำขออนุญาตเปลี่ยนแปลงระบบบำบัดน้ำเสีย พร้อมด้วยแบบแปลน ระบบบำบัดน้ำเสียที่ขอเปลี่ยนแปลงซึ่งมีคำรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมาย ว่าด้วยวิศวกรว่าตนเป็นผู้ออกแบบและคำนวณแบบแปลนดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อนวันเริ่ม ดำเนินการไม่น้อยกว่าสามสิบวัน เพื่อประโยชน์ในการจัดการและควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมในท้องที่นั้น เจ้าพนักงานท้องถิ่น จะกำหนดเงื่อนไขในการอนุญาตให้ผู้รับจ้างให้บริการต้องปฏิบัติตามสมควรด้วยก็ได้
ให้นำบทบัญญัติในเรื่องการยื่นคำขอและการพิจารณาอนุญาตในข้อ ๙ และข้อ ๑๐ มาใช้บังคับแก่การขออนุญาตและการอนุญาตโอนกิจการให้บริการบำบัดน้ำเสียตามข้อ ๑๖ การย้าย สถานที่ตั้งระบบบำบัดน้ำเสียตามข้อ ๑๗ หรือการเปลี่ยนแปลงระบบบำบัดน้ำเสียตามข้อ ๑๘ ด้วยโดยอนุโลม
ผู้รับจ้างให้บริการรายใดประสงค์จะแก้ไขหรือซ่อมแซมระบบบำบัดน้ำเสีย และ ต้องหยุดให้บริการบำบัดน้ำเสียในระหว่างนั้น ต้องแจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบล่วงหน้าก่อนวันเริ่ม ดำเนินการไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙