มาตรา ๔
ในระเบียบนี้ “คณะกรรมการ”หมายความว่าคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ “หน่วยงาน” หมายความว่า หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการ ส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นของรัฐที่เป็นนิติบุคคล
การขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ให้เจ้าหน้าที่เสนอเรื่อง ที่จะขอปรึกษานั้นต่อหัวหน้าหน่วยงานที่ตนสังกัด เมื่อหัวหน้าหน่วยงานเห็นสมควรให้ส่งเรื่องให้เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณาต่อไป
การขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการตามพระราชบัญญัตินี้ของสภา หรือคณะกรรมการวิชาชีพอิสระให้สภาหรือคณะกรรมการดังกล่าวส่งเรื่องโดยตรงให้เลขาธิการ คณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณาต่อไป
ในกรณีที่เคยมีการให้คำปรึกษาหรือคำแนะนำในประเด็นเดียวกันหรือในประเด็น ที่อยู่ในลักษณะเดียวกันมาก่อนแล้ว เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาจะส่งคำปรึกษาหรือคำแนะนำ ที่เคยมีมาแล้วนั้น ไปให้หน่วยงาน สภาหรือคณะกรรมการวิชาชีพอิสระที่ขอคำปรึกษาโดยไม่ต้อง เสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาใหม่ก็ได้
ในการพิจารณาให้คำปรึกษา คณะกรรมการหรือสำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกาอาจเชิญบุคคลดังต่อไปนี้ไปชี้แจงแถลงข้อเท็จจริงหรือให้ความเห็นเพื่อประกอบพิจารณา
(๑) ผู้แทนหน่วยงาน ผู้แทนสภาหรือคณะกรรมการวิชาชีพอิสระ ที่ขอคำปรึกษา ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๑๕/ตอนพิเศษ๑๒๒ง/หน้า๑๗/๑๔ธันวาคม๒๕๔๑
(๒) ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ พิจารณาตามที่ คณะกรรมการหรือ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นสมควร ในกรณีที่การพิจารณาเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิทธิของเอกชนและคณะกรรมการเห็นว่า การฟังความคิดเห็นของเอกชนจะเป็นประโยชน์ คณะกรรมการจะขอให้สำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกาเชิญผู้แทนของสถาบันฝ่ายเอกชน หรือบุคคลอื่นที่คณะกรรมการเห็นสมควร เข้าร่วมชี้แจง ให้ข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาด้วยก็ได้
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙