มาตรา ๕
ให้ข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจ ปรับเป็นพินัย ในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร
(๑) รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
(๒) ผู้อำนวยการกองทะเบียนธุรกิจ
(๓) ผู้อำนวยการกองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ
(๔) ผู้อำนวยการกองข้อมูลธุรกิจ
(๕) ผู้อำนวยการกองกำกับบัญชีธุรกิจ
(๖) ผู้อำนวยการกองธุรกิจภูมิภาคและชุมชน
(๗) ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย
(๘) ผู้อำนวยการกองธรรมาภิบาลธุรกิจ
(๙) นักวิชาการพาณิชย์ตั้งแต่ระดับชำนาญการขึ้นไป ในสังกัดกองทะเบียนธุรกิจ กองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ กองข้อมูลธุรกิจ กองกำกับบัญชีธุรกิจ กองธุรกิจภูมิภาค และชุมชนและกองธรรมาภิบาลธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
(๑๐) นักวิชาการพาณิชย์ระดับปฏิบัติการซึ่งปฏิบัติหน้าที่มาแล้วตั้งแต่สามปี หรือปฏิบัติหน้าที่มาแล้วหนึ่งปีขึ้นไปแต่ไม่ถึงสามปีและผ่านการอบรมและทดสอบเกี่ยวกับกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง ในสังกัดกองทะเบียนธุรกิจ กองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ กองข้อมูลธุรกิจ กองกำกับบัญชีธุรกิจ กองธุรกิจภูมิภาคและชุมชน และกองธรรมาภิบาลธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
(๑๑) นิติกรตั้งแต่ระดับชำนาญการขึ้นไป ในสังกัดสำนักกฎหมาย กรมพัฒนา ธุรกิจการค้า
ให้ข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจ ปรับเป็นพินัย เฉพาะในท้องที่จังหวัดซึ่งความผิดทางพินัยได้เกิดขึ้น
(๑) พาณิชย์จังหวัด
(๒) นักวิชาการพาณิชย์ตั้งแต่ระดับชำนาญการขึ้นไป ในสังกัดสำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์
(๓) นักวิชาการพาณิชย์ระดับปฏิบัติการซึ่งปฏิบัติหน้าที่มาแล้วตั้งแต่สามปี หรือปฏิบัติ หน้าที่มาแล้วหนึ่งปีขึ้นไปแต่ไม่ถึงสามปี และผ่านการอบรมและทดสอบเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในสังกัดสำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์
ให้ข้าราชการตามข้อ ๓หรือข้อ ๔แล้วแต่กรณี คนหนึ่งคนใดมีอำนาจ ปรับเป็นพินัยในความผิดที่มีโทษปรับเป็นพินัยซึ่งมีอัตราอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
ให้ข้าราชการตามข้อ ๓หรือข้อ ๔แล้วแต่กรณี มีอำนาจปรับเป็นพินัย ในความผิดที่มีโทษปรับเป็นพินัยซึ่งมีอัตราอย่างสูงเกินหนึ่งหมื่นบาท โดยต้องทำเป็นองค์คณะ ประกอบด้วยข้าราชการไม่น้อยกว่าสามคน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป๑ ประกาศณวันที่ ๑๓กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๘ พิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๔๒/ตอนพิเศษ๑๑๔ง/หน้า ๑๑/๗มีนาคม๒๕๖๘
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙