arnon.work

ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. ๒๕๖๘

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๕๕๘๔ มาตราลำดับ ๘ จาก ๒๖ ในสำนักนายกรัฐมนตรี

สถานะบังคับใช้
ยังไม่ได้ตรวจ
ฉบับที่แสดง
ฉบับประกาศ ๒๕๕๘
การแก้ไขภายหลัง
ยังไม่ได้รวม
ลำดับศักดิ์
ประกาศกระทรวง
ข้อความนี้ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ปรารภ

ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีอำนาจปรับเป็นพินัย ตามพระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. ๒๕๖๘ ตามที่มีประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีอำนาจ ปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. ๒๕๕๘พ.ศ. ๒๕๖๖ลงวันที่ ๙ตุลาคม ๒๕๖๖นั้น โดยประกาศกระทรวงพาณิชย์ดังกล่าวกำหนดให้นักวิชาการพาณิชย์ตั้งแต่ระดับ ชำนาญการขึ้นไปเป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย ซึ่งเป็นไปตามข้อ ๑๐ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยระเบียบปฏิบัติในการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๖แต่เนื่องจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์มีอัตรากำลังของข้าราชการที่มีตำแหน่ง ตั้งแต่ระดับชำนาญการขึ้นไปไม่เพียงพอกับการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วย การปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ประกอบความเห็นของคณะกรรมการว่าด้วย การปรับเป็นพินัย เรื่องเสร็จที่ ๑๓๕๓/๒๕๖๗เรื่อง การพิจารณาอนุมัติให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ดำเนินการแตกต่างจากระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยระเบียบปฏิบัติในการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

  1. มาตรา ๑

    ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. ๒๕๕๘พ.ศ. ๒๕๖๘”

  2. มาตรา ๒

    ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มี อำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. ๒๕๕๘พ.ศ. ๒๕๖๖ลงวันที่ ๙ตุลาคม ๒๕๖๖

  3. มาตรา ๓

    ให้ข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจ ปรับเป็นพินัยในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร

    (๑) รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

    (๒) ผู้อำนวยการกองทะเบียนหลักประกันทางธุรกิจ

    (๓) ผู้อำนวยการกองทะเบียนธุรกิจ

    (๔) ผู้อำนวยการกองข้อมูลธุรกิจ

    (๕) ผู้อำนวยการกองธุรกิจภูมิภาคและชุมชน

    (๖) นักวิชาการพาณิชย์ตั้งแต่ระดับชำนาญการขึ้นไป ในสังกัดกองทะเบียนหลักประกัน ทางธุรกิจ กองทะเบียนธุรกิจ กองข้อมูลธุรกิจ และกองธุรกิจภูมิภาคและชุมชน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

    (๗) นักวิชาการพาณิชย์ระดับปฏิบัติการซึ่งปฏิบัติหน้าที่มาแล้วตั้งแต่สามปี หรือปฏิบัติ หน้าที่มาแล้วหนึ่งปีขึ้นไปแต่ไม่ถึงสามปีและผ่านการอบรมและทดสอบเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในสังกัดกองทะเบียนหลักประกันทางธุรกิจ กองทะเบียนธุรกิจ กองข้อมูลธุรกิจ และกองธุรกิจภูมิภาค และชุมชนกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

    (๘) นิติกรตั้งแต่ระดับชำนาญการขึ้นไป ในสังกัดสำนักกฎหมาย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

  4. มาตรา ๔

    การดำเนินการปรับเป็นพินัยต้องทำเป็นองค์คณะ ซึ่งประกอบด้วยข้าราชการ ตามข้อ ๓ไม่น้อยกว่าสามคน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป๑ ประกาศณวันที่ ๑๓กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๘ พิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๔๒/ตอนพิเศษ๑๑๔ง/หน้า ๑๙/๗มีนาคม๒๕๖๘

ที่มาของตัวบทนี้

ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ดึงเมื่อ
๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจอักขระด้วยเครื่องแล้ว · ยังไม่ได้เทียบราชกิจจานุเบกษา"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน