มาตรา ๔
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ให้กำหนดปริญญาในสาขาวิชา และอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาของมหาวิทยาลัย ราชภัฏพิบูลสงคราม ดังต่อไปนี้
(๑) สาขาวิชาการบัญชี มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า “บัญชีดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”
(ข) โท เรียกว่า “บัญชีมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.ม.”
(ค) ตรี เรียกว่า “บัญชีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.บ.”
(๒) สาขาวิชาการศึกษา มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า “ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”
(ข) โท เรียกว่า “ครุศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.ม.”
(ค) ตรี เรียกว่า “ครุศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.บ.”
(๓) สาขาวิชาบริหารธุรกิจ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า “บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ด.” และ “ปรัชญา ดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”
(ข) โท เรียกว่า “บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ม.”
(ค) ตรี เรียกว่า “บริหารธุรกิจบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.บ.”
(๔) สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”
(ข) โท เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.ม.”
(ค) ตรี เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.บ.”
(๕) สาขาวิชาวิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า “ศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศป.ด.” และ “ปรัชญา ดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๓๐ ก
(ข) โท เรียกว่า “ศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศป.ม.”
(ค) ตรี เรียกว่า “ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศป.บ.”
(๖) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า “วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ด.” และ “ปรัชญา ดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”
(ข) โท เรียกว่า “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ม.”
(ค) ตรี เรียกว่า “วิทยาศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.บ.”
(๗) สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.ด.” และ “ปรัชญา ดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”
(ข) โท เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.ม.”
(ค) ตรี เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.บ.”
(๘) สาขาวิชาศิลปศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า “ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ด.” และ“ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”
(ข) โท เรียกว่า “ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ม.”
(ค) ตรี เรียกว่า “ศิลปศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.บ.” ทั้งนี้ หากมีสาขาหรือวิชาเอกให้ระบุชื่อสาขาหรือวิชาเอกนั้นไว้ในวงเล็บต่อท้ายปริญญาด้วย
ครุยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม มีสามชั้น ดังต่อไปนี้
(๑) ครุยดุษฎีบัณฑิต เป็นเสื้อคลุมทำด้วยผ้าหรือแพรสีดำ ผ่าอกตลอด ยาวเหนือข้อเท้า พอประมาณ แขนเสื้อกว้างและยาวตกข้อมือ ปลายแขนปล่อย มีสำรดรอบขอบ สำรดต้นแขน และ สำรดปลายแขน ดังต่อไปนี้
(ก) สำรดรอบขอบ พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีน้ำเงิน กว้าง ๑๐ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้างของสำรดรอบขอบมีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๒ เซนติเมตร ซึ่งขนาบด้วย แถบสีทอง กว้างข้างละ ๑ เซนติเมตร และมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีเงิน สูง ๕เซนติเมตร ติดบนสำรดรอบขอบด้านหน้าอกทั้งสองข้าง เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๓๐ ก
(ข) สำรดต้นแขน พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีน้ำเงิน กว้าง ๑๓ เซนติเมตร มีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง ถัดมาเป็นแถบสีเขียว กว้าง ๑ เซนติเมตร ทาบทั้งสองข้าง ตอนกลางสำรดต้นแขนมีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๒เซนติเมตร จำนวนสามแถบ ทาบห่างจากแถบสีเขียวข้างละ ๑ เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างแถบสีประจำสาขาวิชา ๐.๕ เซนติเมตร
(ค) สำรดปลายแขน พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีน้ำเงิน กว้าง ๑๐ เซนติเมตร ที่ริม ทั้งสองข้างของสำรดปลายแขนมีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๒เซนติเมตร ซึ่งขนาบด้วยแถบสีทอง กว้างข้างละ ๑ เซนติเมตร
(๒) ครุยมหาบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต เว้นแต่มีสำรดต้นแขน กว้าง ๑๑ เซนติเมตร ตอนกลางสำรดต้นแขนมีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๒เซนติเมตร จำนวนสองแถบ ระยะห่าง ระหว่างแถบสีประจำสาขาวิชา ๑ เซนติเมตร
(๓) ครุยบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต เว้นแต่มีสำรดต้นแขน กว้าง ๑๐ เซนติเมตร ตอนกลางสำรดต้นแขนมีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๒เซนติเมตร จำนวนหนึ่งแถบ
เข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม มีลักษณะเป็นรูปตราสัญลักษณ์ มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนลงยา สูง ๓.๕ เซนติเมตร ด้านหลังจารึกอักษรย่อชื่อปริญญา
ครุยประจำตำแหน่งและเครื่องหมายประกอบครุยประจำตำแหน่งของนายกสภา มหาวิทยาลัย อธิการบดี และกรรมการสภามหาวิทยาลัยของมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม มีดังต่อไปนี้
(๑) นายกสภามหาวิทยาลัยและอธิการบดี ครุยเป็นเสื้อคลุมทำด้วยผ้าซาตินสีดำ ผ่าอกตลอด ยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณ แขนเสื้อกว้างและยาวตกข้อมือ ปลายแขนปล่อยมีสำรดรอบขอบ สำรดต้นแขน และสำรดปลายแขน โดยพื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีน้ำเงิน กว้าง ๑๐ เซนติเมตร ทาบแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร จำนวนสี่แถบ บนผ้าสักหลาดสีน้ำเงินมีระยะห่างระหว่างแถบ ๒เซนติเมตร มีสายสร้อยทำด้วยโลหะสีทอง กึ่งกลางสายสร้อยมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วย โลหะฉลุสีทอง สูง ๕เซนติเมตร ประดับระหว่างไหล่ทั้งสองข้าง
(๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัย เช่นเดียวกับนายกสภามหาวิทยาลัยและอธิการบดี เว้นแต่ ไม่มีสายสร้อยประดับ และมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง ๕ เซนติเมตร ติดบนสำรดรอบขอบด้านหน้าอกทั้งสองข้าง เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๓๐ ก
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙