มาตรา ๕
เมื่อได้รับคำขอขึ้นทะเบียนแล้ว ให้นายทะเบียนออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ขอขึ้นทะเบียน ไว้เป็นหลักฐาน โดยในใบรับคำขอต้องระบุให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนมารับทราบผลการพิจารณาคำขอภายใน ระยะเวลาที่กำหนดไว้ ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่าคำขอขึ้นทะเบียน หรือเอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมกับคำขอ ขึ้นทะเบียนในเรื่องใดไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนทราบ พร้อมด้วยเหตุผลเพื่อแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือนั้น ในกรณีที่ผู้ขอขึ้นทะเบียนไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอขึ้นทะเบียนหรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐาน ให้ถูกต้องหรือครบถ้วนภายในระยะเวลาตามวรรคสอง ให้ถือว่าผู้ขอขึ้นทะเบียนไม่ประสงค์จะให้ ดำเนินการต่อไป และให้นายทะเบียนจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ
ในกรณีที่คำขอขึ้นทะเบียนและเอกสารและหลักฐานถูกต้องและครบถ้วนแล้ว ให้นายทะเบียนพิจารณาคำขอ โดยนายทะเบียนจะมีคำสั่งรับขึ้นทะเบียนได้ต่อเมื่อปรากฏว่า ผู้ขอขึ้นทะเบียนมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๖๔/๑ และให้ออกบัตรประจำตัว ผู้นำเที่ยวให้แก่ผู้ยื่นคำขอภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอขึ้นทะเบียน
ผู้นำเที่ยวผู้ใดประสงค์จะขอออกบัตรประจำตัวผู้นำเที่ยวใหม่ เนื่องจากสูญหาย ถูกทำลาย ชำรุดในสาระสำคัญ หรือเนื่องจากเปลี่ยนชื่อตัวหรือชื่อสกุล ให้ยื่นคำขอพร้อมด้วยเอกสาร และหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอขึ้นทะเบียนต่อนายทะเบียนพร้อมกับส่งมอบบัตรประจำตัว ผู้นำเที่ยวนั้น แล้วแต่กรณี ในกรณีที่สูญหายให้แนบหลักฐานการรับแจ้งความของพนักงานสอบสวนด้วย ในการพิจารณาออกบัตรประจำตัวผู้นำเที่ยวใหม่ตามวรรคหนึ่ง ให้นำข้อ ๓ และข้อ ๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
คำขอขึ้นทะเบียน ใบรับคำขอ บัตรประจำตัวผู้นำเที่ยว ให้เป็นไปตามแบบที่ อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
การยื่นคำขอตามกฎกระทรวงนี้ ให้ยื่นต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานทะเบียน ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์สาขาที่มีอำนาจหน้าที่ครอบคลุมภูมิลำเนาเฉพาะการของผู้ขอขึ้นทะเบียน เป็นผู้นำเที่ยว หรือสถานที่อื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด โดยคำนึงถึงการอำนวยความสะดวก และการลดภาระแก่ผู้ยื่นคำขอ
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙