มาตรา ๖
ให้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๑ มีเขตอำนาจในจังหวัดชัยนาท จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดลพบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสระบุรี จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดอ่างทอง
ให้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๗ มีเขตอำนาจในจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดราชบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดสุพรรณบุรี
บรรดาคดีของท้องที่จังหวัดนครปฐม จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติ มิชอบกลางหรือในศาลชั้นต้นใดในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้คงพิจารณาพิพากษาต่อไปใน ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางหรือศาลชั้นต้นนั้น แล้วแต่กรณี บรรดาคดีของท้องที่ตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งซึ่งอยู่ระหว่างที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติ มิชอบกลางหรือศาลชั้นต้นใดมีคำสั่งให้ผัดฟ้องหรือให้ขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวน แล้วแต่กรณี ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางหรือศาลชั้นต้นนั้น แล้วแต่กรณี มีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับการผัดฟ้องหรือขังระหว่างสอบสวนนั้นต่อไป
ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๓ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันเขตอำนาจศาลอาญา คดีทุจริตและประพฤติมิชอบยังไม่สอดคล้องกับโครงสร้างและเขตอำนาจของศาลอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาค และเพื่อเป็นการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนให้สามารถเดินทางมายังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบได้ โดยสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น สมควรเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๑ และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๗ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙