มาตรา ๕
ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของศูนย์ฝึกอบรมการไปรษณีย์ แห่งเอเชียและแปซิฟิก พ.ศ. ๒๕๓๓ เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๓๓ ก
ในพระราชบัญญัตินี้ “สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานใหญ่ของสหภาพไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก “ทรัพย์สิน” หมายความรวมถึงอุปกรณ์สำนักงานและวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกอบรม เงินค่าบำรุง เงินทุน และบรรดาสินทรัพย์ที่เป็นของสำนักงานใหญ่ของสหภาพไปรษณีย์แห่งเอเชีย และแปซิฟิก ตลอดจนรายได้ทั้งหมดของสหภาพไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก
ให้ยอมรับนับถือว่าสำนักงานเป็นนิติบุคคล และให้ถือว่ามีภูมิลำเนาอยู่ใน ประเทศไทย
ให้สำนักงานได้รับความคุ้มกันและการยกเว้น ดังต่อไปนี้
(๑) ทรัพย์สินของสำนักงานจะไม่อยู่ภายใต้มาตรการเวนคืนใดๆ เว้นแต่เป็นการเวนคืน เพื่อประโยชน์สาธารณะและต้องมีการจ่ายค่าทดแทน
(๒) ทรัพย์สินของสำนักงานที่ถูกใช้เพื่อการบริหารสำนักงาน และการจัดการเพื่อวัตถุประสงค์ ในการฝึกอบรมและวิจัย หรือทรัพย์สินที่ใช้เป็นหอพักหรือที่อยู่อาศัยของผู้อำนวยการหรือพนักงานอื่นๆ ของสำนักงานซึ่งอยู่ในบริเวณที่ตั้งของสำนักงานจะได้รับยกเว้นภาษีโรงเรือนและที่ดินตามกฎหมาย ว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีบำรุงท้องที่ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีบำรุงท้องที่และภาษีท้องถิ่น ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีท้องถิ่น ทั้งนี้ เมื่อได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการต่างประเทศแล้ว
(๓) บรรดาสิ่งของรวมถึงยานยนต์ที่สำนักงานนำเข้ามาเพื่อใช้ในทางการของสำนักงาน จะได้รับการยกเว้นภาษีศุลกากรเมื่อได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการต่างประเทศแล้ว ทั้งนี้ บรรดาสิ่งของดังกล่าวนั้นจะไม่นำมาจำหน่ายจ่ายโอนในประเทศไทย เว้นแต่จะเป็นไปตามกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับที่ใช้บังคับในประเทศไทย
เมื่อได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการต่างประเทศแล้ว ผู้อำนวยการ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ที่ปรึกษาด้านไปรษณีย์ และคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการของสำนักงานได้รับ การยกเว้นดังต่อไปนี้
(๑) ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับหรือเกี่ยวกับเงินเดือนและค่าบำเหน็จที่สำนักงานจ่ายให้
(๒) ภาษีศุลกากรในการนำเข้าซึ่งของใช้ส่วนตัวและของใช้ในครัวเรือน ไม่รวมถึงยานยนต์ ภายในหกเดือนหลังจากเข้ารับหน้าที่ครั้งแรกในประเทศไทย โดยมีเงื่อนไขว่าบรรดาสิ่งของดังกล่าว เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๓๓ ก จะไม่นำมาจำหน่ายจ่ายโอนในประเทศไทย เว้นแต่จะเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่ใช้บังคับ ในประเทศไทย
(๓) ข้อจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ในส่วนที่เกี่ยวกับจำนวนคนเข้าเมือง และระยะเวลา ที่จะได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตามความจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ รวมถึงคู่สมรส และบุตรที่อยู่ในความอุปการะของบุคคลดังกล่าว บทบัญญัติตามวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับกับบุคคลผู้มีสัญชาติไทย หรือผู้มีถิ่นที่อยู่เป็นการถาวร ในประเทศไทย
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๓ ส.ค. ๒๕๖๙