มาตรา ๓
ให้ยกเลิก
(๑) กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พ.ศ. ๒๕๕9
(๒) กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. 2567
ให้สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีภารกิจเกี่ยวกับ การเป็นศูนย์กลางการบริหารของกระทรวงในการพัฒนายุทธศาสตร์และแปลงนโยบายของกระทรวง เป็นแผนปฏิบัติราชการ จัดสรรทรัพยากร และบริหารราชการทั่วไปของกระทรวงให้บรรลุเป้าหมาย และเกิดผลสัมฤทธิ์ตามภารกิจของกระทรวง โดยให้มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) ศึกษา วิเคราะห์ เสนอแนะนโยบาย แผนหรือมาตรการต่อคณะกรรมการนโยบาย การท่องเที่ยวแห่งชาติ และคณะกรรมการนโยบายการกีฬาแห่งชาติ รวมทั้งดำเนินการเกี่ยวกับ งานเลขานุการของคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ และคณะกรรมการนโยบายการกีฬาแห่งชาติ
(๒) ศึกษา วิเคราะห์ จัดทำข้อมูลเพื่อเสนอแนะรัฐมนตรีสำหรับใช้ในการกำหนดนโยบาย เป้าหมาย และผลสัมฤทธิ์ของกระทรวง รวมทั้งการแปลงนโยบายเป็นแนวทางและแผนปฏิบัติราชการ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๑ ก
(๓) จัดทำและพัฒนาแผนยุทธศาสตร์อันเป็นแผนแม่บทของกระทรวงในการพัฒนาการท่องเที่ยว กีฬา และนันทนาการ ตามนโยบายของกระทรวงให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และแผนปฏิบัติ ราชการของกระทรวง รวมทั้งเสนอแนะนโยบายในการตั้งและจัดสรรงบประมาณประจำปี
(๔) ดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารงานของคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริม การท่องเที่ยวไทย รวมทั้งช่วยเหลือและสนับสนุนการบริหารและพัฒนาการท่องเที่ยว และการบริหาร จัดการกองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย (5) จัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และจัดให้มี การประกันภัยแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ (6) จัดทำ พัฒนา และกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว รวมทั้งรวบรวม สถิติข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว (7) จัดสรรและบริหารทรัพยากรของกระทรวงเพื่อให้เกิดการประหยัด คุ้มค่า และ สมประโยชน์ (8) ดำเนินการเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่กิจกรรม ตลอดจนผลงานของกระทรวง (9) กำกับ เร่งรัด ติดตาม ประเมินผล และประสานการปฏิบัติราชการของหน่วยงาน ในสังกัดกระทรวง (10) พัฒนาระบบเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการบริหารและการให้บริการของหน่วยงาน ในสังกัดกระทรวง และเป็นศูนย์กลางในการบูรณาการข้อมูลสารสนเทศด้านการท่องเที่ยวและการกีฬา (11) พัฒนาระบบและบริหารจัดการข้อมูลด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา (12) ประสานความร่วมมือกับต่างประเทศและองค์การระหว่างประเทศ ด้านการท่องเที่ยว กีฬา และนันทนาการ (๑3) ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยนโยบาย การกีฬาแห่งชาติ รวมทั้งกฎหมายและระเบียบที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวง และกฎหมายอื่น ที่เกี่ยวข้อง (๑4) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่และอำนาจของสำนักงานปลัดกระทรวง หรือตามที่รัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
ให้แบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ดังต่อไปนี้ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๑ ก ก. ราชการบริหารส่วนกลาง
(๑) กองกลาง
(๒) กองมาตรฐานและกำกับความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว
(๓) กองยุทธศาสตร์และแผนงาน
(๔) กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา
(๕) ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ข. ราชการบริหารส่วนภูมิภาค สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด
ในสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้มีกลุ่มตรวจสอบภายใน เพื่อทำหน้าที่หลักในการตรวจสอบการดำเนินงานภายในสำนักงานปลัดกระทรวงและกระทรวง และสนับสนุนการปฏิบัติงานของสำนักงานปลัดกระทรวงและกระทรวง รับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อปลัดกระทรวง โดยมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) ดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบด้านการบริหาร การเงิน และการบัญชีของสำนักงาน ปลัดกระทรวงและกระทรวง
(๒) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือที่ปลัดกระทรวงมอบหมาย
ในสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้มีกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร เพื่อทำหน้าที่หลักในการพัฒนาการบริหารของสำนักงานปลัดกระทรวงและกระทรวงให้เกิดผลสัมฤทธิ์ มีประสิทธิภาพ และคุ้มค่า รับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อปลัดกระทรวง โดยมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่ปลัดกระทรวงเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการ ภายในสำนักงานปลัดกระทรวงและกระทรวง
(๒) ติดตาม ประเมินผล และจัดทำรายงานเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการภายในสำนักงาน ปลัดกระทรวงและกระทรวง
(๓) ประสานและดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการร่วมกับหน่วยงานกลางต่าง ๆ และหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงและกระทรวง
(๔) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือ ที่ปลัดกระทรวงมอบหมาย
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙