มาตรา ๓๘
หมวด ๒ การดำเนินการ
มาตรา ๒๒–๕๑ · ๓๐ มาตรา
อธิการบดีต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าชั้นปริญญาเอกหรือเทียบเท่าจากสถาบันอุดมศึกษา และได้ทำ การสอนหรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารในสถาบันอุดมศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารอื่นตามที่กำหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี
(๒) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาชั้นหนึ่งชั้นใดหรือเทียบเท่าจากสถาบันอุดมศึกษา และได้ทำการสอนหรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารในสถาบันอุดมศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่าแปดปี หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารอื่นตามที่กำหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่าแปดปี
(๓) เป็นหรือเคยเป็นคณบดีในมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่าสี่ปี นอกจากคุณสมบัติตามวรรคหนึ่ง อธิการบดีต้องมีคุณสมบัติอื่นตามที่กำหนดในข้อบังคับ ของมหาวิทยาลัย ข้อบังคับของมหาวิทยาลัยตามวรรคหนึ่งและวรรคสองอาจกำหนดให้สภามหาวิทยาลัยรับรองคุณวุฒิ ตำแหน่ง หรือประสบการณ์ตาม (๑) (๒) หรือ
(๓) แล้วแต่กรณี เพิ่มเติมได้
อธิการบดีต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๙ ก
(๒) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๓) เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
(๔) เคยถูกจำคุกโดยคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ได้กระทำความผิดโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
(๕) เคยถูกปลดออกหรือไล่ออกจากสถาบันอุดมศึกษา ส่วนราชการ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
(๖) เคยถูกวินิจฉัยว่ากระทำผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง นอกจากลักษณะต้องห้ามตามวรรคหนึ่ง อธิการบดีต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามอื่นตามที่กำหนด ในข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
อธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี หรือหัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๙ จะแต่งตั้งจากบุคคลภายนอกซึ่งมิใช่ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยก็ได้ รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี หรือหัวหน้าส่วนงานตามวรรคหนึ่ง ซึ่งแต่งตั้งจาก บุคคลภายนอกต้องมีจำนวนไม่เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนรองอธิการบดีหรือผู้ช่วยอธิการบดี ที่สภามหาวิทยาลัยกำหนดไว้ หรือจำนวนหัวหน้าส่วนงานตามวรรคหนึ่งที่พึงมี แล้วแต่กรณี
อธิการบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้ เมื่ออธิการบดีพ้นจากตำแหน่ง ให้รองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดีพ้นจากตำแหน่งด้วย
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ อธิการบดีพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) มีอายุครบเจ็ดสิบห้าปี
(๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม
(๕) สภามหาวิทยาลัยมีมติให้ถอดถอนด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการ ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่โดยไม่นับรวมกับตำแหน่งอธิการบดี เพราะฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง มีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่องต่อหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถ
(๖) สภามหาวิทยาลัยมีมติให้พ้นจากตำแหน่งเพราะไม่ผ่านการประเมินผลตามเกณฑ์ ที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด
(๗) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้จำคุก เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๙ ก
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙