มาตรา ๙
หมวด ๑ บททั่วไป
มาตรา ๗–๒๑ · ๑๕ มาตรา
ให้มหาวิทยาลัยเป็นสถานศึกษาทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง มีวัตถุประสงค์ ให้การศึกษาและพัฒนากำลังคนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก สร้างโอกาสการเรียนรู้สำหรับ คนทุกช่วงวัย ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง ทำการสอน วิจัย สร้างนวัตกรรม พัฒนาและถ่ายทอด เทคโนโลยี ให้บริการทางวิชาการแก่สังคมและชุมชน รวมทั้งร่วมพัฒนาพื้นที่ในเขตอีสานใต้ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๙ ก และอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง อนุรักษ์ สืบสาน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ศิลปะ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยมีปณิธานให้บัณฑิตของมหาวิทยาลัยเป็นผู้สร้างสรรค์ สามัคคี และสำนึกดี ต่อสังคม รักถิ่นฐาน มีจริยธรรม ภูมิใจในชาติ รอบรู้ทางวิชาการ เชี่ยวชาญวิชาชีพ เป็นที่พึ่งของผู้อื่นได้ และเป็นแบบอย่างที่ดีงาม
การดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในมาตรา ๗ต้องเป็นไปตามหลักการจัดการอุดมศึกษา ตามกฎหมายว่าด้วยการอุดมศึกษา และหลักการดังต่อไปนี้
(๑) หลักความเสมอภาคในโอกาสทางการศึกษา
(๒) หลักความเป็นเลิศทางวิชาการที่มีมาตรฐานและคุณภาพทางวิชาการและวิชาชีพอันเป็นที่ยอมรับ ทั้งระดับประเทศและนานาชาติ
(๓) หลักความรับผิดชอบต่อท้องถิ่นและสังคมที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน การแก้ปัญหาในพื้นที่เขตอีสานใต้ และการส่งเสริมการสร้างและการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อประโยชน์ในวงกว้าง
(๔) หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาที่ยั่งยืน
(๕) หลักการบริหารจัดการอย่างมีธรรมาภิบาล โดยเน้นการบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ทุกกลุ่มอย่างเหมาะสม การจัดการศึกษา หลักสูตรการศึกษา การพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ และการดำเนินการอื่น ตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องสอดคล้องกับมาตรฐานการอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมและกฎหมายว่าด้วยการอุดมศึกษา
มหาวิทยาลัยอาจแบ่งส่วนงาน ดังต่อไปนี้
(๑) สำนักงานมหาวิทยาลัย
(๒) คณะ
(๓) วิทยาลัย
(๔) สถาบัน
(๕) สำนัก มหาวิทยาลัยอาจให้มีส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ วิทยาลัย สถาบัน หรือสำนัก เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในมาตรา ๗ เป็นส่วนงานในมหาวิทยาลัยอีกได้ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๙ ก มหาวิทยาลัยอาจให้มีส่วนงานเฉพาะกิจหรือส่วนงานเสมือนจริงที่มีฐานะเทียบเท่าส่วนงาน ตามวรรคหนึ่ง เพื่อปฏิบัติภารกิจตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยได้ตามระยะเวลาที่กำหนด
การจัดตั้ง การรวม และการยุบเลิกส่วนงานตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง และวรรคสอง และการจัดตั้งและการยุบเลิกวิทยาเขต ให้ทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัยและประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา และในกรณีการจัดตั้งและการรวมส่วนงาน ให้กำหนดฐานะและภาระหน้าที่ ของส่วนงานนั้นด้วย การจัดตั้ง ภาระหน้าที่ การบริหารงาน และการยุบเลิกส่วนงานเฉพาะกิจหรือส่วนงานเสมือนจริง ตามมาตรา ๙ วรรคสาม ให้ทำเป็นข้อบังคับของมหาวิทยาลัยและประกาศในราชกิจจานุเบกษา การแบ่งหน่วยงานภายในของส่วนงานตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้ทำเป็น ข้อบังคับของมหาวิทยาลัย การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม ต้องคำนึงถึงคุณภาพทางวิชาการ ความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณ การลดความซ้ำซ้อน และการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารเป็นสำคัญ
ภายใต้วัตถุประสงค์ตามมาตรา ๗ มหาวิทยาลัยอาจรับสถานศึกษาชั้นสูง หรือสถาบันอื่นในประเทศหรือต่างประเทศเข้าสมทบในมหาวิทยาลัยได้ และมีอำนาจให้ปริญญา อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรชั้นหนึ่งชั้นใดแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถานศึกษาสมทบนั้นได้ การรับเข้าสมทบหรือการยกเลิกการสมทบซึ่งสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่นตามวรรคหนึ่ง ให้ทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัยและประกาศในราชกิจจานุเบกษา การควบคุมสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่นที่เข้าสมทบในมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามข้อบังคับ ของมหาวิทยาลัย
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙