มาตรา ๖
ข้าราชการทหารซึ่งจะเข้าร่วมโครงการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ ในวันที่ได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการ
(๑) เป็นข้าราชการทหารตั้งแต่ชั้นยศพันเอก อัตราเงินเดือนพันเอกพิเศษ นาวาเอก อัตราเงินเดือนนาวาเอกพิเศษ หรือนาวาอากาศเอก อัตราเงินเดือนนาวาอากาศเอกพิเศษ ขึ้นไป ซึ่งดำรงตำแหน่งตามเงื่อนไขของโครงการ
(๒) มีอายุตั้งแต่ห้าสิบปีขึ้นไปและมีเวลาราชการตั้งแต่ยี่สิบห้าปีขึ้นไป ทั้งนี้ ให้นับถึงวันก่อน วันที่ได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการตามโครงการ
(๓) มีเวลาราชการที่เหลือไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการ ตามโครงการ
(๔) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๙ ก
(๕) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการ ถูกสอบสวนหรือสอบหาข้อเท็จจริงทางวินัย หรืออยู่ในระหว่างการดำเนินการลงโทษทางวินัยตามกฎหมายว่าด้วยวินัยทหาร
(๖) ไม่เป็นผู้อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะต้องปลดออกจากราชการไม่ว่ากรณีใด ๆ ตามกฎหมาย ว่าด้วยระเบียบข้าราชการทหาร
(๗) ไม่เป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญาซึ่งมิใช่ความผิดลหุโทษหรือความผิดที่ได้กระทำ โดยประมาท
(๘) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างปฏิบัติราชการชดใช้ตามสัญญาที่ได้ทำไว้กับส่วนราชการ ในการไปศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย เว้นแต่ปฏิบัติราชการชดใช้มาแล้วไม่น้อยกว่าระยะเวลาศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย และยินยอมชดใช้เงินตามสัญญาที่ได้ทำไว้กับราชการสำหรับเวลา ที่ยังปฏิบัติราชการชดใช้ไม่ครบ วันที่ได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการตามวรรคหนึ่งต้องอยู่ในระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๗ ถึงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๙ ทั้งนี้ ตามเงื่อนไขของโครงการ
ให้จ่ายเงินช่วยเหลือแก่ข้าราชการทหารซึ่งได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการ ตามโครงการเป็นจำนวนเท่ากับจำนวนปีของเวลาราชการที่เหลือบวกด้วยห้าและคูณด้วยเงินเดือน เดือนสุดท้าย แต่เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกินสิบเท่าของเงินเดือนเดือนสุดท้าย การนับเวลาราชการที่เหลือตามวรรคหนึ่ง ให้คำนวณเป็นปี แต่ถ้ามีเศษของปีถึงครึ่งปี ให้ได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มขึ้นอีกครึ่งหนึ่งของเงินเดือนเดือนสุดท้าย การเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด การรับเงินช่วยเหลือตามวรรคหนึ่ง ไม่ตัดสิทธิของข้าราชการทหารที่มีอยู่ตามกฎหมาย ว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการและกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ รวมถึง สิทธิประโยชน์อื่นใดที่ทางราชการให้แก่ผู้รับบำเหน็จบำนาญ
ข้าราชการทหารซึ่งมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือตามมาตรา ๕ หากมีหนี้สิน กับทางราชการหรือสหกรณ์ที่จัดตั้งขึ้นโดยส่วนราชการ ให้ข้าราชการทหารผู้นั้นให้ความยินยอม เป็นหนังสือไว้กับส่วนราชการที่อนุญาตให้ลาออกจากราชการ เพื่อหักเงินช่วยเหลือชำระหนี้สินดังกล่าว
ในกรณีที่ข้าราชการทหารซึ่งมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือตามมาตรา ๕ ถึงแก่ความตายก่อนได้รับเงินช่วยเหลือ ให้จ่ายเงินช่วยเหลือแก่ผู้มีสิทธิรับมรดกตามประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๙ ก
ภายในระยะเวลาสามเดือนนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการ หากปรากฏว่าข้าราชการทหารซึ่งได้รับเงินช่วยเหลือขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามลักษณะหนึ่ง ลักษณะใดตามมาตรา ๔ ข้าราชการทหารผู้นั้นไม่มีสิทธิที่จะได้รับเงินช่วยเหลือตามมาตรา ๕ และให้ส่วนราชการที่อนุญาตให้ลาออกจากราชการเรียกเงินช่วยเหลือคืน โดยผู้นั้นต้องคืนเงินช่วยเหลือ ภายในเวลาและตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙