arnon.workเข้าสู่ระบบ

มาตรา ๔

มาตรา ๒

พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นต้นไป เล่ม ๑๒๙ ตอนที่ ๑๐๙ ก

มาตรา ๓

ให้กำหนดปริญญาในสาขาวิชาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาของมหาวิทยาลัย ราชภัฏยะลา ดังต่อไปนี้

(๑) สาขาวิชาการศึกษา มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “ครุศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “ครุศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.บ.”

(๒) สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “นิเทศศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “นศ.ด.” และ “ปรัชญา ดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “นศ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “นิเทศศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “นศ.บ.”

(๓) สาขาวิชาบริหารธุรกิจ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ด.” และ “ปรัชญา ดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “บริหารธุรกิจบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.บ.”

(๔) สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.ด.” และ “ปรัชญา ดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.บ.”

(๕) สาขาวิชาวิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “ศิลปดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศล.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “ศิลปมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศล.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “ศิลปบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศล.บ.” เล่ม ๑๒๙ ตอนที่ ๑๐๙ ก

(๖) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ด.” และ “ปรัชญา ดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “วิทยาศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.บ.”

(๗) สาขาวิชาศิลปศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ด.” และ “ปรัชญา ดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “ศิลปศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.บ.” ทั้งนี้ หากมีสาขาหรือวิชาเอกให้ระบุชื่อสาขาหรือวิชาเอกนั้นไว้ในวงเล็บต่อท้ายปริญญาด้วย

มาตรา ๔

ครุยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา มีดังต่อไปนี้

(๑) ครุยดุษฎีบัณฑิต ทำด้วยผ้าหรือแพรสีดำ เย็บเป็นเสื้อคลุมยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณ หลังจีบ ตัวเสื้อผ่าอกตลอด มีแถบกำมะหยี่สีเทา กว้าง ๖ เซนติเมตร และถัดจากแถบกำมะหยี่สีเทาออกไป มีแถบกำมะหยี่สีชมพู กว้าง ๒ เซนติเมตร เย็บติดเป็นสาบตลอดด้านหน้าทั้งสองข้าง กึ่งกลางแถบกำมะหยี่ สีเทาทั้งสองข้าง ทาบแถบกำมะหยี่สีประจำสาขาวิชา กว้าง ๒ เซนติเมตร แขนเสื้อกว้างและยาวตกข้อมือ ปลายแขนปล่อย ตอนกลางแขนทั้งสองข้างมีแถบกำมะหยี่สีดำ กว้าง ๕ เซนติเมตร ยาว ๓๘ เซนติเมตร ขลิบริมด้วยกำมะหยี่สีเทา กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร พับปลายแถบเป็นมุมแหลม จำนวนสามแถบติดเรียงกัน ระยะห่างระหว่างแถบ ๕ เซนติเมตร ประดับตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย ทำด้วยโลหะดุนนูนสีเงิน สูง ๔ เซนติเมตร กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร บนแถบกำมะหยี่ สีประจำสาขาวิชาด้านหน้าอกทั้งสองข้าง มีผ้าคล้องคอทำด้วยผ้าหรือแพรสีดำเช่นเดียวกับเสื้อด้านนอกตอนปลายของผ้าคล้องคอขลิบริมด้วย กำมะหยี่สีชมพู กว้าง ๒.๕ เซนติเมตร ริมหนึ่งและขลิบริมด้วยกำมะหยี่สีประจำสาขาวิชา กว้าง ๘ เซนติเมตร อีกริมหนึ่ง ด้านในของผ้าคล้องคอทำด้วยผ้าต่วนหรือแพรสีเทา

(๒) ครุยประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต เว้นแต่แถบกำมะหยี่สีดำ ตอนกลางแขนทั้งสองข้างมีจำนวนสองแถบครึ่ง และตอนปลายของผ้าคล้องคอ ขลิบริมด้วยกำมะหยี่สีชมพู กว้าง ๒ เซนติเมตร เล่ม ๑๒๙ ตอนที่ ๑๐๙ ก

(๓) ครุยมหาบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต เว้นแต่แถบกำมะหยี่สีดำตอนกลางแขนทั้งสองข้าง มีจำนวนสองแถบ และตอนปลายของผ้าคล้องคอขลิบริมด้วยกำมะหยี่สีชมพู กว้าง ๒ เซนติเมตร

(๔) ครุยประกาศนียบัตรบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต เว้นแต่แถบกำมะหยี่สีดำ ตอนกลางแขนทั้งสองข้างมีจำนวนหนึ่งแถบครึ่ง และตอนปลายของผ้าคล้องคอขลิบริมด้วยกำมะหยี่สีชมพู กว้าง ๑.๕ เซนติเมตร

(๕) ครุยบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต เว้นแต่แถบกำมะหยี่สีดำตอนกลางแขนทั้งสองข้าง มีจำนวนหนึ่งแถบ และตอนปลายของผ้าคล้องคอขลิบริมด้วยกำมะหยี่สีชมพู กว้าง ๑.๕ เซนติเมตร

มาตรา ๕

เข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา มีลักษณะเป็นรูปตราสัญลักษณ์ มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีเงิน สูง ๔ เซนติเมตร กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร

มาตรา ๖

ครุยประจำตำแหน่งและเครื่องหมายประกอบครุยประจำตำแหน่งของนายก สภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้บริหาร และคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา มีดังต่อไปนี้

(๑) นายกสภามหาวิทยาลัยและอธิการบดี ครุยทำด้วยผ้าหรือแพรสีน้ำเงินเข้มเย็บเป็นเสื้อคลุม ยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณ หลังจีบ ตัวเสื้อผ่าอกตลอด มีแถบกำมะหยี่สีดำ กว้าง ๘ เซนติเมตร เย็บติด เป็นสาบตลอดด้านหน้าทั้งสองข้างและโอบรอบคอเสื้อ แขนเสื้อกว้างและยาวตกข้อมือ ปลายแขน ปล่อย ตอนกลางแขนทั้งสองข้างมีแถบกำมะหยี่สีเทา กว้าง ๕ เซนติเมตร ยาว ๓๘ เซนติเมตร พับ ปลายแถบเป็นมุมแหลม จำนวนสี่แถบติดเรียงกัน ระยะห่างระหว่างแถบ ๕ เซนติเมตร มีผ้าคล้องคอทำ ด้วยผ้าหรือแพรสีน้ำเงินเข้มเช่นเดียวกับเสื้อ ด้านนอกตอนปลายของผ้าคล้องคอขลิบริมด้วยกำมะหยี่สีชมพู กว้าง ๒.๕ เซนติเมตร ริมหนึ่ง และขลิบริมด้วยกำมะหยี่สีเทา กว้าง ๘ เซนติเมตร อีกริมหนึ่ง ด้านใน ของผ้าคล้องคอทำด้วยผ้าต่วนหรือแพรสีชมพู ให้มีสายสร้อยประกอบครุยประจำตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและอธิการบดี ทำด้วยโลหะสีทอง ประกอบด้วยตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย กึ่งกลางสายสร้อยมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะ ฉลุสีทอง สูง ๕ เซนติเมตร กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ประดับระหว่างไหล่ทั้งสองข้าง เล่ม ๑๒๙ ตอนที่ ๑๐๙ ก

(๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัย เช่นเดียวกับนายกสภามหาวิทยาลัยและอธิการบดี เว้นแต่ ไม่มีสายสร้อยประดับ และมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง ๔ เซนติเมตร กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ติดบนแถบกำมะหยี่สีดำด้านหน้าอกทั้งสองข้าง

(๓) รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการ หัวหน้าส่วนราชการ หรือหัวหน้าหน่วยงาน ที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ และผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดี เช่นเดียวกับกรรมการ สภามหาวิทยาลัย เว้นแต่แถบด้านหน้าทั้งสองข้างเป็นแถบกำมะหยี่สีชมพู กว้าง ๖ เซนติเมตร และถัดจาก แถบกำมะหยี่สีชมพูออกไปมีแถบกำมะหยี่สีเทา กว้าง ๒ เซนติเมตร เย็บติดเป็นสาบตลอดด้านหน้า ทั้งสองข้าง และมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง๔ เซนติเมตร กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ติดบนแถบกำมะหยี่สีชมพูด้านหน้าอกทั้งสองข้าง

(๔) คณาจารย์ เช่นเดียวกับผู้บริหารใน

(๓) เว้นแต่ตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะ ดุนนูนสีเงิน สูง ๔ เซนติเมตร กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร

ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙