arnon.work

มาตรา ๗

มาตรา ๕

ให้ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและเป็นผู้ประกอบวิสาหกิจจำนวน ไม่น้อยกว่าสามคนที่ประสงค์จะขออนุญาตจัดตั้งสมาคมการค้า ยื่นคำขออนุญาตต่อนายทะเบียน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร และหลักฐาน ดังต่อไปนี้

(๑) เลขประจำตัวประชาชน

(๒) เอกสารและหลักฐานการเป็นผู้ประกอบวิสาหกิจของผู้เริ่มก่อการจัดตั้ง

(๓) หนังสือรับรองความประพฤติของผู้เริ่มก่อการจัดตั้ง

(๔) ข้อบังคับของสมาคมการค้าที่ขออนุญาตจัดตั้ง

(๕) เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในสถานที่จัดตั้งสมาคมการค้า พร้อมทั้ง หนังสือแสดงความยินยอมของเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครองในสถานที่แห่งนั้นด้วย

(๖) แผนที่แสดงสถานที่และบริเวณที่จัดตั้งสมาคมการค้า รวมทั้งรูปถ่ายสถานที่จัดตั้งสมาคมการค้า

(๗) ในกรณีที่มอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน ให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทน ที่ติดอากรแสตมป์แล้ว พร้อมทั้งระบุเลขประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวหรือหนังสือเดินทางในกรณีที่ผู้รับมอบอำนาจเป็นคนต่างด้าว

(๘) คำยินยอมให้นายทะเบียนเข้าถึงข้อมูลตาม (๑) และ

(๗) แล้วแต่กรณี เพื่อประโยชน์ใน การตรวจสอบ

มาตรา ๖

ในกรณีที่ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งเป็นคนต่างด้าว ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อนายทะเบียน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร และหลักฐานตามข้อ ๕ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) และ

(๘) และเอกสาร และหลักฐานดังต่อไปนี้เพิ่มเติมพร้อมทั้งคำยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลดังกล่าวด้วย

(๑) ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวหรือหนังสือเดินทาง

(๒) ใบสำคัญถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรหรือหลักฐานการได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักร เป็นการชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง

(๓) ใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ในกรณีที่ผู้เริ่มก่อการตามวรรคหนึ่งมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน ให้แนบหนังสือมอบอำนาจ ให้ดำเนินการแทนตามข้อ ๕

(๗) พร้อมทั้งสำเนาเอกสารของผู้มอบอำนาจตาม (๑) (๒) และ (๓)

มาตรา ๗

หนังสือรับรองความประพฤติตามข้อ ๕

(๓) ต้องมีบุคคลใดบุคคลหนึ่งดังต่อไปนี้ ลงนามรับรอง

(๑) พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

(๒) ข้าราชการพลเรือนประเภทบริหาร ประเภทอำนวยการ ประเภทวิชาการตั้งแต่ ระดับปฏิบัติการซึ่งมีอายุงานตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป หรือประเภททั่วไปตั้งแต่ระดับชำนาญงานขึ้นไป เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๘ ก ในกรณีที่ไม่มีบุคคลตามวรรคหนึ่งรับรอง ให้นายทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบความประพฤติ ของผู้เริ่มก่อการจัดตั้ง โดยใช้วิธีการตรวจสอบหรือให้ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งแสดงหลักฐานที่เชื่อถือได้ว่า ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งนั้นมีความประพฤติดี

มาตรา ๘

การลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ในคำขออนุญาต ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วย ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ในกรณีที่มีเหตุไม่สามารถดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) ลงลายมือชื่อด้วยตนเองต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่

(๒) ในกรณีที่ไม่อาจลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ ให้ผู้ขออนุญาต ลงลายมือชื่อด้วยตนเองต่อหน้าบุคคลใดบุคคลหนึ่งดังต่อไปนี้ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประจำตัวสำหรับ เจ้าหน้าที่ของรัฐของบุคคลดังกล่าวด้วย

(ก) พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

(ข) ข้าราชการพลเรือนประเภทบริหาร ประเภทอำนวยการ ประเภทวิชาการตั้งแต่ ระดับปฏิบัติการซึ่งมีอายุงานตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป หรือประเภททั่วไปตั้งแต่ระดับชำนาญงานขึ้นไป

มาตรา ๙

เมื่อได้รับคำขออนุญาต ให้นายทะเบียนตรวจสอบคำขออนุญาต รวมทั้งข้อมูล เอกสาร และหลักฐานว่าถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ หากไม่ถูกต้องหรือขาดข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานใด ให้แจ้งผู้ขออนุญาตทราบทันที ถ้าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ให้แจ้งผู้ขออนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขออนุญาต หรือส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วน ถ้าเป็นกรณีที่ไม่อาจดำเนินการได้ในขณะนั้น ให้บันทึกความบกพร่องไว้ และแจ้งให้ผู้ขออนุญาต แก้ไขเพิ่มเติมคำขออนุญาต หรือจัดส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายใน ระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากนายทะเบียน ในกรณีที่การยื่นคำขออนุญาตมิได้กระทำ โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้นายทะเบียนและผู้ขออนุญาตลงนามไว้ในบันทึกนั้นด้วย ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตยื่นคำขออนุญาต รวมทั้งข้อมูล เอกสาร และหลักฐานถูกต้อง และครบถ้วนแล้ว ให้นายทะเบียนออกหลักฐานการรับคำขอให้แก่ผู้ขออนุญาต ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขออนุญาต หรือไม่ส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้ขออนุญาตไม่ประสงค์ จะดำเนินการต่อไป และให้นายทะเบียนจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ

ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙