มาตรา ๑๑๒
หมวด ๙ การจดทะเบียนรถขนส่งทางราง
มาตรา ๑๐๔–๑๑๓ · ๑๐ มาตรา
ผู้ประกอบกิจการขนส่งทางรางซึ่งเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองรถขนส่งทางราง ที่จดทะเบียนแล้ว มีหน้าที่ต้องดูแลและบำรุงรักษารถขนส่งทางรางให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยในการใช้ และไม่ก่ อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้ อื่ น หรือส่งผลกระทบต่อระบบการขนส่งทางราง หรือสิ่ งแวดล้อม หรือน่าจะเป็นเหตุให้เกิดภยันตรายขึ้ น ในการนี้ ต้องจัดให้มีบันทึกการดูแล และบำรุงรักษาเพื่อแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย อธิบดีมีอำนาจสั่งให้ผู้ประกอบกิจการขนส่งทางรางซึ่งเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองรถขนส่ง ทางรางที่จดทะเบียนแล้ว นำรถขนส่งทางรางบางประเภท ลักษณะ หรือขนาดเข้ารับการตรวจสภาพ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนดได้
รถขนส่งทางรางที่ได้จดทะเบียนแล้ว หากมีการแก้ไข เพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลง ส่วนหนึ่งส่วนใดของรถขนส่งทางราง หรือส่วนควบหรืออุปกรณ์สำหรับรถขนส่งทางราง ซึ่งเป็นสาระสำคัญ ของตัวรถขนส่งทางราง ต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน และเมื่ อดำเนินการเสร็จสิ้ นแล้ว ให้แจ้งให้นายทะเบียนทราบเพื่อบันทึกและแก้ไขทางทะเบียนด้วย การกำหนดส่วนหนึ่งส่วนใดของรถขนส่งทางรางหรือส่วนควบหรืออุปกรณ์สำหรับรถขนส่งทางราง ซึ่งเป็นสาระสำคัญของตัวรถขนส่งทางราง ให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด การขออนุญาตและการอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ที่อธิบดีประกาศกำหนด เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก
การโอนรถขนส่งทางรางที่จดทะเบียนแล้ว ให้ผู้โอนและผู้ รับโอนแจ้งต่อ นายทะเบียนเพื่อดำเนินการทางทะเบียนภายในสามสิบวันนับแต่วันโอน ทั้งนี้ ตามระเบียบที่อธิบดี ประกาศกำหนด
ในกรณีดังต่อไปนี้ ให้ผู้ ประกอบกิจการขนส่งทางรางซึ่ งเป็นเจ้าของ หรือผู้ครอบครองรถขนส่งทางรางที่ได้จดทะเบียนแล้ว แจ้งต่อนายทะเบียนเพื่อดำเนินการทางทะเบียน
(๑) กรณีที่ประสงค์จะเลิกใช้รถขนส่งทางรางที่ได้จดทะเบียนแล้ว ให้แจ้งต่อนายทะเบียน ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เลิกใช้
(๒) กรณีที่รถขนส่งทางรางที่ได้จดทะเบียนแล้วสูญหายหรือถูกทำลายลง ให้แจ้งต่อนายทะเบียน ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีเหตุดังกล่าว และให้แจ้งเลิกใช้พร้อมกันด้วย กรณีตาม
(๑) หรือกรณีที่รถขนส่งทางรางนั้นถูกทำลายลง ให้ส่งคืนแผ่นป้ายหรือสัญลักษณ์ ทะเบียนให้นายทะเบียนด้วย และให้การจดทะเบียนนั้นเป็นอันระงับไป
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙