มาตรา ๖
ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจหน้าที่ในการจ่ายและเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนตามคำสั่งนี้ โดยให้มีอำนาจกำหนดระเบียบเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามคำสั่งนี้ตามที่เห็นสมควร
เมื่อมีประกาศราคาขายปลีกตามข้อ ๒ ให้
(๑) ผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการปฏิบัติดังต่อไปนี้
(ก) หยุดขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากคลังน้ำมันหรือสถานีบริการ ตั้งแต่เวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา ของวันก่อนวันที่ราคาขายปลีกใหม่ตามประกาศสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน มีผลใช้บังคับ จนกว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะได้ไปตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือแล้ว เว้นแต่ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานจะมีเหตุผลสมควรสั่งเป็นอย่างอื่น
(ข) ตรวจสอบผลการตรวจวัดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือในแบบตรวจสอบปริมาณ น้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือ และลงลายมือชื่อรับรองผลการตรวจวัด
(ค) แจ้งปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ในระหว่างการขนส่ง ที่ซื้อหรือได้จากผู้ผลิต และโรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรที่สั่งหรือนำเข้ามาเพื่อจำหน่ายในราชอาณาจักร รวมทั้งปริมาณ น้ำมันเชื้อเพลิงที่ผู้ค้าน้ำมันจ่ายจากคลังน้ำมันเพื่อส่งไปให้แก่ผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการก่อน เวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา ของวันก่อนวันที่ราคาขายปลีกใหม่ตามประกาศสำนักงานนโยบายและแผน พลังงานมีผลใช้บังคับ และส่งมอบให้แก่ผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการภายหลังเวลาดังกล่าว และมาถึงคลังน้ำมันหรือสถานีบริการภายหลังเวลาดังกล่าว รวมทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงที่รับฝากจากผู้อื่น (ถ้ามี) โดยในเขตกรุงเทพมหานครให้ยื่นต่อกรมธุรกิจพลังงานและในจังหวัดอื่นให้ยื่นต่อสำนักงาน พลังงานจังหวัดที่สถานประกอบการตั้งอยู่ อย่างช้าไม่เกิน ๗ วันทำการนับแต่วันที่มีการตรวจวัด เล่ม ๑๓๑ ตอนพิเศษ ๒๕๑ ง ทั้งนี้ กรณีผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการไม่อยู่ ณ คลังน้ำมันหรือสถานีบริการเพื่อ ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งนี้ ให้พนักงานหรือลูกจ้างของผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการมีหน้าที่ปฏิบัติ ตามคำสั่งนี้แทน
(๒) กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ส่งพนักงานเจ้าหน้าที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ไปตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือ ณ คลังน้ำมันและสถานีบริการทุกแห่งในกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เวลา ๐๐.๐๑ นาฬิกา ของวันที่ประกาศราคาขายปลีกใหม่ใช้บังคับ และให้สรุปผลปริมาณ น้ำมันคงเหลือในเบื้องต้นส่งสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานภายใน ๑๐ วัน นับแต่วันที่ประกาศ ราคาขายปลีกใหม่ใช้บังคับ
(๓) ผู้ว่าราชการจังหวัดรับผิดชอบสั่งการให้พลังงานจังหวัด นายอำเภอท้องที่ ส่งพนักงาน เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานในท้องที่ และผู้บริหารงานท้องถิ่น ส่งพนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ได้รับมอบหมายร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารบกในพื้นที่หรือตำรวจภูธรจังหวัด ไปร่วมตรวจสอบปริมาณ น้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือ ณ คลังน้ำมันและสถานีบริการทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดที่รับผิดชอบ ตั้งแต่เวลา ๐๐.๐๑ นาฬิกา ของวันที่ประกาศราคาขายปลีกใหม่ใช้บังคับ และรวบรวมผลการตรวจสอบปริมาณ น้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือดังกล่าว นำส่งสำนักงานพลังงานจังหวัด กระทรวงพลังงาน อย่างช้าไม่เกิน ๑ วันทำการนับแต่วันที่ประกาศราคาขายปลีกใหม่ใช้บังคับ และให้พลังงานจังหวัดสรุปผลปริมาณ น้ำมันคงเหลือในเบื้องต้นส่งสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานภายใน ๑๐ วันนับแต่วันที่ประกาศราคา ขายปลีกใหม่ใช้บังคับ
(๔) กระทรวงกลาโหม กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งให้เจ้าหน้าที่ ทหารบกในพื้นที่ การค้าภายในจังหวัด ตำรวจภูธรจังหวัด แล้วแต่กรณีไปร่วมตรวจสอบปริมาณ น้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือกับหน่วยงานตาม (๒) และ (๓)
การคำนวณปริมาณน้ำมันคงเหลือสุทธิตามข้อ ๓ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนด
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่อย่างน้อย ๒ คน ที่เข้าตรวจวัดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง คงเหลือตามข้อ ๕ ลงลายมือชื่อรับรองผลการตรวจวัดในแบบตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือ
ให้กรมธุรกิจพลังงานและสำนักงานพลังงานจังหวัดแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ค้าน้ำมัน ในพื้นที่ที่รับผิดชอบทราบจำนวนเงินชดเชยที่พึงได้รับ หรือจำนวนเงินส่งเข้ากองทุน ซึ่งคำนวณจาก ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิแต่ละชนิดคูณด้วยอัตราเงินชดเชยหรืออัตราเงินส่งเข้ากองทุน พร้อมกับส่งสำเนาหนังสือให้สถาบันทราบ ในกรณีที่ผู้ค้าน้ำมันมีทั้งจำนวนเงินชดเชยและเงินส่งเข้ากองทุน ให้คำนวณเป็นเงินชดเชย หรือเงินส่งเข้ากองทุนสุทธิ (ผลต่างระหว่างเงินชดเชยและเงินส่งเข้ากองทุน) ในแต่ละแห่ง
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙