มาตรา ๑๖
หมวด ๓ การบริหารและการดำเนินกิจการ
มาตรา ๑๓–๓๕ · ๒๓ มาตรา
หน่วยงานซึ่ งประธานกรรมการ กรรมการโดยตำแหน่ง หรือกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิสังกัดอยู่ ไม่มีสิทธิได้รับการจัดสรรทุนจากสำนักงาน เว้นแต่คณะรัฐมนตรีโดยข้อเสนอ ของสภานโยบายมีมติให้หน่วยงานตามที่ระบุสามารถรับทุนได้ในปีงบประมาณใดปีงบประมาณหนึ่งเป็นปี ๆ ไป
ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน และต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปี และไม่เกินเจ็ดสิบปี เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก
(๒) ไม่เป็นเจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานของสำนักงาน
(๓) ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในกิจการที่กระทำกับสำนักงาน หรือในกิจการที่ เป็นการแข่งขันกับกิจการของสำนักงาน เว้นแต่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งในนิติบุ คคล ซึ่งสำนักงานเป็นผู้ถือหุ้นหรือเข้าเป็นหุ้นส่วนตามมาตรา ๘
(๕) หรือลงทุนหรือร่วมลงทุนตามมาตรา ๘
(๖) ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี เมื่อครบกำหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้น อยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่าประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่ เข้ารับหน้าที่ ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้
ในกรณีที่ ประธานกรรมการและกรรมการผู้ ทรงคุณวุฒิ จะพ้นจากตำแหน่ง ตามวาระ ให้ดำเนินการสรรหาประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใหม่ภายในเก้าสิบวัน ก่อนวันที่ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิดำรงตำแหน่งครบกำหนดตามวาระ
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการและกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) คณะรัฐมนตรีให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อน ความสามารถ
(๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๑๓ หรือมาตรา ๑๕
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙