มาตรา ๖๑
บทเฉพาะกาล
มาตรา ๕๘–๖๙ · ๑๒ มาตรา
ให้โอนเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติตามพระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ เฉพาะในส่วนของหน่วยบริหารและจัดการทุนที่จัดตั้งขึ้น ตามข้อบังคับคณะกรรมการอำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ว่าด้วยหน่วยบริหารและจัดการทุน พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ ไปเป็นเงินของกองทุนสำรองเลี้ ยงชีพของสำนักงานเร่งรัดการวิจัย และนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) ตามพระราชกฤษฎีกานี้ และให้ถือว่าสมาชิกภาพของสมาชิกในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุน ตามมาตรา ๖๒ และพนักงานของสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แห่งชาติที่โอนไปตามมาตรา ๖๔ นับต่อเนื่องเป็นสมาชิกภาพของสมาชิกในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ของสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) ตามพระราชกฤษฎีกานี้
ในวาระเริ่ มแรก ให้คณะกรรมการอำนวยการสำนักงานสภานโยบาย การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ซึ่ งดำรงตำแหน่งอยู่ ในวันก่อนวันที่ พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ปฏิบัติ หน้าที่คณะกรรมการสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ตามพระราชกฤษฎีกานี้ไปพลางก่อนจนกว่าจะมี การแต่งตั้งคณะกรรมการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ทั้งนี้ ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ
ในวาระเริ่ มแรก ให้ผู้ อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขัน และการพัฒนาพื้นที่ตามพระราชกฤษฎีกานี้ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งผู้อำนวยการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ซึ่งต้องไม่เกินสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ
ในวาระเริ่ มแรก ให้คณะกรรมการบริหารหน่วยบริหารและจัดการทุน และผู้ อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนตามข้อบังคับคณะกรรมการอำนวยการสำนักงาน สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ว่าด้วยหน่วยบริหารและจัดการทุน พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่ งดำรงตำแหน่งอยู่ ในวันก่อนวันที่ พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ ปฏิบัติ หน้าที่ ตามพระราชกฤษฎีกานี้ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการประจำหน่วยบริหารจัดการทุน และผู้ อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนตามพระราชกฤษฎีกานี้ ซึ่ งต้องไม่เกินสองร้อยสี่ สิบวัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ โดยให้ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก
(๑) คณะกรรมการบริหารหน่วยบริหารและจัดการทุนและผู้ อำนวยการหน่วยบริหาร และจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ปฏิบัติหน้าที่คณะอนุกรรมการ ประจำหน่วยบริหารจัดการทุนและผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถ การแข่งขันตามมาตรา ๓๖ (๑)
(๒) คณะกรรมการบริหารหน่วยบริหารและจัดการทุนและผู้ อำนวยการหน่วยบริหาร และจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ ปฏิบัติหน้าที่คณะอนุกรรมการประจำหน่วยบริหารจัดการทุน และผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ตามมาตรา ๓๖ (๒)
(๓) คณะกรรมการบริหารหน่วยบริหารและจัดการทุนและผู้ อำนวยการหน่วยบริหาร และจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม ปฏิบัติหน้าที่คณะอนุกรรมการประจำหน่วยบริหารจัดการทุนและผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุน ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคตตามมาตรา ๓๖ (๓)
ให้คณะกรรมการตามมาตรา ๖๐ ปฏิบัติหน้าที่คณะอนุกรรมการประจำหน่วย บริหารจัดการทุนด้านการนำศิลปกรรม วิทยาการ และเทคโนโลยีที่เหมาะสมไปใช้ประโยชน์ตามมาตรา ๓๖
(๔) ไปพลางก่อน จนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการประจำหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการนำศิลปกรรม วิทยาการ และเทคโนโลยีที่เหมาะสมไปใช้ประโยชน์ตามพระราชกฤษฎีกานี้ ซึ่งต้องไม่เกินสองร้อยสี่สิบวัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้คณะกรรมการตามมาตรา ๖๐ แต่งตั้งรักษาการผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุน ด้านการนำศิลปกรรม วิทยาการ และเทคโนโลยีที่เหมาะสมไปใช้ประโยชน์ตามมาตรา ๓๖
(๔) เพื่อปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการนำศิลปกรรม วิทยาการ และเทคโนโลยี ที่เหมาะสมไปใช้ประโยชน์ตามพระราชกฤษฎีกานี้ไปพลางก่อน จนกว่าจะมีการแต่งตั้งผู้อำนวยการ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการนำศิลปกรรม วิทยาการ และเทคโนโลยีที่เหมาะสมไปใช้ประโยชน์ ตามพระราชกฤษฎีกานี้ ซึ่งต้องไม่เกินสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙