arnon.work

มาตรา ๓

มาตรา ๑

ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑พ.ศ. ๒๕๖๘”

มาตรา ๒

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็น ต้นไป

มาตรา ๓

ให้ยกเลิกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มี อำนาจปรับเป็นพินัย ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑พ.ศ. ๒๕๖๖ ลงวันที่ ๒๕ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๖

มาตรา ๔

ในประกาศนี้ “หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า หัวหน้าหน่วยงานของรัฐตามระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยระเบียบปฏิบัติในการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๖

มาตรา ๕

ให้ข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับ เป็นพินัย ในความผิดที่มีโทษปรับเป็นพินัย ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษปรับเป็นพินัยที่มีอัตราอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ในเขตท้องที่ที่มีอำนาจหน้าที่ดูแลและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการ

(๑) อธิบดีกรมควบคุมโรค

(๒) รองอธิบดีกรมควบคุมโรค

(๓) ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๔๓/ตอนพิเศษ๘ง/หน้า ๑/๑๒มกราคม๒๕๖๙

(๔) ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๑- ๑๒กรมควบคุมโรค

(๕) ผู้อำนวยการสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค

(๖) นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด

(๗) นายแพทย์ นักวิชาการสาธารณสุข นิติกร ซึ่งดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการขึ้นไป ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค

(๘) นายแพทย์ นักวิชาการสาธารณสุข นิติกร ซึ่งดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการขึ้นไป ในสังกัดสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๑- ๑๒กรมควบคุมโรค

(๙) นายแพทย์ นักวิชาการสาธารณสุข นิติกร ซึ่งดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการขึ้นไป ในสังกัดสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค (๑๐)นายแพทย์ นักวิชาการสาธารณสุข นิติกร ซึ่งดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการขึ้นไป ในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (๑๑)พนักงานสอบสวนซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่รองสารวัตรหรือตำแหน่งเทียบเท่าขึ้นไป (๑๒)ปลัดจังหวัด นายอำเภอปลัดอำเภอซึ่งดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการขึ้นไป

ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙