arnon.work

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๑

ห้ามมิให้ผู้ใดทำลายหรือทำให้เสียหายซึ่งเครื่องมือล็อกเรือหรือเคลื่อนย้ายเรือออก จากจุดที่จอดเรือ เว้นแต่ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายเรือที่ถูกล็อกออกจากจุดที่จอดเรือเพื่อนำเรือ ไปเปลี่ยนประเภทหรือนำเรือไปทดสอบ ให้เจ้าของเรือยื่นคำขอและวางหลักประกันต่อผู้อำนวยการตาม ระเบียบที่กรมเจ้าท่ากำหนด และเมื่อได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการแล้วให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการปลด เครื่องมือล็อกเรือได้ ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับในกรณีมีเหตุฉุกเฉินที่อาจเป็นอันตรายต่อเรืออันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ โดยเจ้าของเรือต้องแจ้งให้ผู้อำนวยการทราบเป็นลายลักษณ์อักษรภายในสิบสองชั่วโมงนับแต่เวลาที่มี การเคลื่อนย้ายเรือ พร้อมทั้งแจ้งจุดจอดเรือใหม่ และให้ผู้อำนวยการดำเนินการตรวจสอบเรือ พร้อมทั้งล็อกเรือใหม่ภายในสิบสองชั่วโมงนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเจ้าของเรือ ผู้ใดฝ่าฝืนวรรคหนึ่งหรือไม่ปฏิบัติตามวรรคสองต้องระวางโทษปรับหนึ่งแสนบาทสำหรับเรือ ขนาดสามสิบตันกรอส และปรับเพิ่มขึ้นตามขนาดของเรือในส่วนที่เกินสามสิบตันกรอสขึ้นไป ตันกรอสละ หนึ่งหมื่นบาท

มาตรา ๑๒

ให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ให้บริการระบบติดตามเรือประมงแจ้งรายชื่อ เจ้าของเรือที่ตนเป็นผู้ให้บริการต่อกรมประมงภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ ในกรณีที่ศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและคาดการณ์สถานการณ์ด้านการประมงของกรมประมง ไม่ได้รับสัญญาณจากระบบติดตามเรือประมงลำใดติดต่อกันเกินสองชั่วโมง ให้อธิบดีกรมประมงมีอำนาจ สั่งให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ให้บริการระบบติดตามเรือลำดังกล่าวชี้แจงสาเหตุและจัดส่ง หลักฐานการรับส่งข้อมูลระบบติดตามเรือประมงระหว่างคอมพิวเตอร์สำหรับจัดเก็บข้อมูลการจราจร (Computer Log File) หรือแก้ไขปรับปรุงภายในระยะเวลาที่กำหนด และในกรณีที่กรมประมงเห็นว่า เป็นความบกพร่องของผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม ให้แจ้งสำนักงานคณะกรรมการกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการโทรคมนาคมต่อไป ห้ามมิให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ให้บริการระบบติดตามเรือประมงแก้ไขข้อมูลจาก ระบบอุปกรณ์ติดตามเรือประมง เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๙๗ ง ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามความในวรรคหนึ่ง วรรคสอง หรือ วรรคสาม ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาทและปรับวันละไม่เกินหนึ่งแสนบาทตลอดระยะเวลา ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม

มาตรา ๑๓

ห้ามมิให้ผู้ใดต่อ ดัดแปลง เปลี่ยนประเภท หรือทำลายเรือประมงตามกฎหมาย ว่าด้วยการประมง เว้นแต่จะมีหนังสือรับรองจากกรมเจ้าท่า โดยกรมเจ้าท่าจะต้องแจ้งให้ผู้ประสงค์ จะดำเนินการดังกล่าวทราบภายในสิบห้าวันทำการนับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอหนังสือรับรอง ก่อนออกหนังสือรับรองตามวรรคหนึ่ง ให้กรมเจ้าท่าสอบถามกรมประมงว่าสามารถให้ผู้ยื่นคำขอ ดำเนินการตามวรรคหนึ่งได้หรือไม่ และให้กรมประมงแจ้งให้กรมเจ้าท่าทราบภายในสามวันทำการ นับแต่วันที่ได้รับหนังสือสอบถามจากกรมเจ้าท่า ในกรณีที่กรมเจ้าท่าออกหนังสือรับรองให้ดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้กรมเจ้าท่าและ กรมประมงร่วมกันดำเนินการตรวจสอบก่อนการอนุญาต ขณะดำเนินการ และหลังดำเนินการตามวรรคหนึ่ง เสร็จสิ้น และให้หมายเหตุชื่อเจ้าหน้าที่ที่ทำการตรวจสอบไว้ในทะเบียนเรือหรือใบอนุญาตใช้เรือ ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับการดำเนินการของกรมเจ้าท่าและกรมประมง

มาตรา ๑๔

ห้ามมิให้กรมเจ้าท่ารับจดทะเบียนเรือประมง ออกหรือต่อใบอนุญาตใช้เรือ หรือ โอนกรรมสิทธิ์เรือประมงตามกฎหมายว่าด้วยการประมง หากไม่มีหนังสือรับรองจากกรมประมงว่าผู้ยื่น คำขอหรือเรือไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๘ (๑) (๒) และ

(๓) โดยให้กรมประมงแจ้งให้กรมเจ้าท่า ทราบภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่ได้รับหนังสือสอบถามจากกรมเจ้าท่า

มาตรา ๑๕

ในกรณีที่เจ้าของเรือประสงค์จะขอเพิกถอนทะเบียนเรือเพื่อนำเรือไปจดทะเบียน เป็นเรือสัญชาติอื่น หรือโอนกรรมสิทธิ์ให้คนสัญชาติอื่นและเรือดังกล่าวอยู่ในประเทศไทย ให้นายทะเบียน มีคำสั่งล็อกเรือไว้จนกว่าเจ้าของเรือจะนำเอกสารหลักฐานการจดทะเบียนเรือสัญชาติอื่นมาแสดงต่อ กรมเจ้าท่าเพื่อทำการตรวจสอบก่อนการปลดล็อกเรือ และออกใบอนุญาตให้นำเรือออกนอกน่านน้ำไทย ต่อไป โดยห้ามมิให้นายทะเบียนเพิกถอนทะเบียนเรือกรณีที่เรืออยู่ในระหว่างการดำเนินคดี ในกรณีเรือไม่อยู่ในประเทศไทย นายทะเบียนจะดำเนินการเพิกถอนทะเบียนเรือหรืออนุญาต ให้โอนกรรมสิทธิ์เรือได้เมื่อเจ้าของเรือยื่นเอกสารหลักฐานการจดทะเบียนเรือสัญชาติอื่นหรือมีหนังสือ สัญญาจะซื้อจะขายเรือ พร้อมทั้งหลักฐานการแจ้งเรือออกจากท่าประเทศไทยและหลักฐานการแจ้ง เรือเข้าเมืองท่าปัจจุบัน ความในวรรคหนึ่งและวรรคสองให้ใช้บังคับกับการขอเพิกถอนทะเบียนเรือหรือโอนกรรมสิทธิ์เรือ ที่ถูกล็อกไว้ก่อนวันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับด้วย เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๙๗ ง เจ้าของเรือผู้ใดไม่นำเอกสารหรือหลักฐานมาแสดงต่อกรมเจ้าท่าตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้กรมเจ้าท่าแจ้งรายชื่อให้กรมประมงทราบ และห้ามมิให้กรมประมงออกใบอนุญาตทำการประมงให้แก่ บุคคลดังกล่าวเป็นระยะเวลาสิบปี

ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๒/๒๕๖๐ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม เพิ่มเติมครั้งที่ ๔ มาตรา ๑๓ · arnon.work