มาตรา ๑๙
ห้ามมิให้กรมประมงออกใบอนุญาตทำการประมงนอกน่านน้ำไทยและห้ามมิให้ อนุญาตให้เรือที่ได้รับใบอนุญาตทำการประมงนอกน่านน้ำไทยออกไปทำการประมงเว้นแต่กรมประมงจะ ได้ตรวจสอบและมีหลักฐานเป็นที่ประจักษ์ว่า ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตหรือผู้ได้รับใบอนุญาตอยู่ในสถานะ ที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย หลักเกณฑ์ และมาตรการของรัฐชายฝั่งหรือองค์การจัดการประมงระดับ ภูมิภาคระหว่างประเทศที่ประสงค์จะไปทำการประมง
ให้มีคณะกรรมการมาตรการทางปกครอง ประกอบด้วย อธิบดีกรมประมง เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกรมการจัดหางาน ผู้แทนกรมเจ้าท่า ผู้แทนกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้แทนกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้แทนสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เป็นกรรมการ และผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมประมง เป็นกรรมการและเลขานุการ ให้คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งมีอำนาจพิจารณาและออกคำสั่งแทนอธิบดีกรมประมงหรือ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๑๓ แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยให้ถือว่าคำสั่งของคณะกรรมการเป็นที่สุด เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๙๗ ง ในการออกคำสั่งปิดโรงงานตามมาตรา ๑๑ แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ คณะกรรมการไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการ ลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มอีกหนึ่งเสียง เป็นเสียงชี้ขาด ค่าใช้จ่ายสำหรับเบี้ยประชุมหรือค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการที่จำเป็นต่อ การปฏิบัติงานของคณะกรรมการ ให้เป็นตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเบี้ยประชุมกรรมการหรือ ตามระเบียบราชการ แล้วแต่กรณี โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของกรมประมง ให้คณะกรรมการพิจารณาและออกคำสั่งให้แล้วเสร็จภายในสามวันทำการนับแต่วันที่เลขานุการ เสนอเรื่องให้พิจารณา
เมื่อมีการตรวจพบการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการประมงหรือกฎหมาย ว่าด้วยสิทธิการทำการประมงในเขตต์การประมงไทย และการกระทำความผิดตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๐/๒๕๕๘ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ลงวันที่ ๒๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด และแจ้งดำเนินคดี ผู้กระทำความผิดต่อพนักงานสอบสวน พร้อมทั้งจัดทำเป็นรายงานส่งให้กองกฎหมาย กรมประมง ภายในสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต่เมื่อมีการตรวจพบการกระทำความผิด ในกรณีที่พบการกระทำความผิดในทะเล ระยะเวลาสี่สิบแปดชั่วโมงให้นับแต่เวลาที่พนักงาน เจ้าหน้าที่กลับถึงท่าเทียบเรือ ให้กองกฎหมาย กรมประมง เสนอเรื่องต่อคณะกรรมการมาตรการทางปกครองเพื่อพิจารณา ภายในสามวันทำการนับแต่วันที่กองกฎหมาย กรมประมง ได้รับรายงาน
การกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการประมงที่เกิดขึ้นก่อนวันที่คำสั่งนี้มีผล ใช้บังคับ ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมประมงเป็นผู้ตรวจพบการกระทำความผิดให้คณะกรรมการ มาตรการทางปกครองมีคำสั่งให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๐ การกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการประมงที่เกิดขึ้นก่อนวันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานอื่นเป็นผู้ตรวจพบการกระทำความผิด ให้หน่วยงานต้นสังกัดของ พนักงานเจ้าหน้าที่นั้นดำเนินการรวบรวมข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับคดี แล้วจัดทำเป็นหนังสือแจ้งไปยัง กรมประมงภายในวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๖๐ และให้กองกฎหมาย กรมประมง เสนอต่อ คณะกรรมการมาตรการทางปกครองเพื่อให้พิจารณาและมีคำสั่งให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๐ เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๙๗ ง
เมื่อได้รับการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วย การประมง หรือกฎหมายว่าด้วยสิทธิการทำการประมงในเขตต์การประมงไทย ให้พนักงานสอบสวน ผู้มีอำนาจสอบสวนคดีส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการเปรียบเทียบ และให้คณะกรรมการเปรียบเทียบ พิจารณาและกำหนดการเปรียบเทียบ พร้อมทั้งมีหนังสือแจ้งจำนวนเงินค่าปรับตามที่กำหนดไปยัง ผู้ต้องหา ภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ได้รับเรื่องจากพนักงานสอบสวน หากผู้ต้องหาไม่ยินยอมให้ เปรียบเทียบ ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบมีหนังสือแจ้งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีผู้กระทำ ความผิดต่อไป ภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ผู้ต้องหาไม่ยินยอมให้เปรียบเทียบ
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙