มาตรา ๒๘
ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดกระทำการโดยทุจริตหรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ตามคำสั่งนี้ ให้สันนิษฐานว่ากระทำความผิดทางวินัย อย่างร้ายแรง และให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุของเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นรีบพิจารณาดำเนินการ ทางวินัย ทางแพ่ง และทางอาญา ต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด กรณีที่หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุ ปล่อยปละละเลย ไม่ดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้ถือเป็นความผิดวินัยหรือความผิดทางอาญา แล้วแต่กรณี เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๙๗ ง
บรรดาความผิดตามคำสั่งนี้ ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจเปรียบเทียบได้ และ ในกรณีที่เป็นความผิดเกี่ยวกับการกระทำการประมงหรือขนถ่ายสัตว์น้ำ ให้คณะกรรมการมาตรการ ทางปกครองมีอำนาจออกคำสั่งตามกฎหมายว่าด้วยการประมง เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับตามจำนวนที่เปรียบเทียบตามวรรคหนึ่งภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งต้องไม่เกินสามสิบวัน ให้ถือว่าคดีเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ในกรณีที่เห็นสมควร นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบ แห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้
คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ ๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๙๓ ง คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘/๒๕๖๑ เรื่อง ยกเลิกบทบัญญัติบางประการในคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติว่าด้วย การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ตามที่ได้มีการบังคับใช้คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหา การทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ไปแล้วจำนวนหลายฉบับ จนทำให้ สภาพปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วได้รับการแก้ไขได้อย่างทันท่วงที จนสามารถปฏิรูประบบ การบริหารจัดการเรือที่ใช้ทำการประมง การขนถ่ายสัตว์น้ำ การเก็บรักษาสัตว์น้ำ ตลอดจนการปรังปรุง มาตรการในการควบคุมและเฝ้าระวังการทำการประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล จนกระทั่งในปัจจุบันได้มีการนำหลักเกณฑ์วิธีการในการแก้ไขปัญหา การทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ตามที่กำหนดไว้ในบรรดา คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติหลายประการไปบัญญัติไว้ในพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม เป็นการเฉพาะแล้ว ดังนั้น เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีเอกภาพ และไม่เกิดความสับสนแก่ผู้ที่จะอยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายว่าจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายฉบับใด จึงสมควรยกเลิกบทบัญญัติในคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติบางฉบับ เพื่อมิให้มีความซ้ำซ้อน กับบทบัญญัติที่ได้นำไปกำหนดไว้แล้วในกฎหมายว่าด้วยการประมง เพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหา ในการบังคับใช้และการตีความกฎหมาย อีกทั้งยังเป็นการปฏิรูปกฎหมายของประเทศให้มีเอกภาพ และมีเพียงเท่าที่จำเป็นตามที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับ มาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะ รักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙