มาตรา ๓
ให้นายทะเบียนเรือตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทยมีคำสั่งเพิกถอนทะเบียนเรือไทย สำหรับการประมงและจำหน่ายทะเบียนเรือออกจากสมุดทะเบียน สำหรับเรือไทยที่มีรายชื่ออยู่ใน ฐานข้อมูลทะเบียนเรือไทย จำนวน ๘,๐๒๔ ลำ ปรากฏรายชื่อตามบัญชีเรือประมงที่ต้องเพิกถอน ทะเบียนเรือ ท้ายคำสั่งนี้ ให้เจ้าของเรือส่งคืนใบทะเบียนเรือและใบอนุญาตใช้เรือภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง เป็นหนังสือจากนายทะเบียนเรือ
เพื่อควบคุมศักยภาพการทำการประมงให้สอดคล้องกับผลผลิตสัตว์น้ำสูงสุด ที่สามารถทำการประมงได้อย่างยั่งยืน ให้ดำเนินการดังนี้
(๑) ห้ามมิให้นายทะเบียนเรือตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทยทำการเปลี่ยนแปลงข้อมูล รายละเอียดในทะเบียนเรือของเรือประมงเกี่ยวกับขนาดตัวเรือหรือเปลี่ยนแปลงขนาดกำลังของเครื่องยนต์ เว้นแต่การขอเปลี่ยนแปลงขนาดตัวเรือหรือเปลี่ยนแปลงขนาดกำลังของเครื่องยนต์เรือที่อยู่ในฐานข้อมูล ของกรมเจ้าท่า ที่ผ่านการสำรวจตามคำสั่งของศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย และได้ผ่านการตรวจสอบและได้รับความเห็นชอบจากคณะทำงานซึ่งผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการแก้ไข ปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายแต่งตั้ง เล่ม ๑๓๒ ตอนพิเศษ ๒๙๘ ง ให้คณะทำงานตามวรรคหนึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่เทคนิค ผู้แทนกรมเจ้าท่า และผู้แทนกรมประมง มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับพนักงานตรวจเรือตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทยและกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือ ในน่านน้ำไทย ทั้งนี้ ให้คณะทำงานแจ้งผลการตรวจสอบตามวรรคหนึ่งเพื่อให้นายทะเบียนเรือตามกฎหมาย ว่าด้วยเรือไทยดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป โดยให้ถือผลการตรวจสอบของคณะทำงานเป็นใบตรวจเรือ ของพนักงานตรวจเรือของกรมเจ้าท่า
(๒) ห้ามมิให้ผู้มีอำนาจในการอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการประมงอนุญาตให้มีการโอน หรือเปลี่ยนแปลงชื่อผู้รับอนุญาตในอาชญาบัตรหรือใบอนุญาตให้ใช้เครื่องมือทำการประมงในทะเลทุกชนิด และทุกประเภท เว้นแต่การโอนให้บุพการี คู่สมรส ผู้สืบสันดาน หรือตามคำสั่งศาล
(๓) ห้ามมิให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการประมงออกอาชญาบัตรหรือใบอนุญาต ให้ใช้เครื่องมือทำการประมงในทะเลทุกชนิด เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้
(ก) การออกอาชญาบัตรหรือใบอนุญาตให้ใช้เครื่องมือทำการประมงในทะเลสำหรับ ผู้ได้รับอาชญาบัตรหรือใบอนุญาตเดิมอยู่ในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ
(ข) การออกอาชญาบัตรหรือใบอนุญาตให้ใช้เครื่องมือทำการประมงสำหรับเรือประมง ที่ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเรือกับกรมเจ้าท่าไว้ก่อนหรือในวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๘ แต่ต้องดำเนินการ ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่คำสั่งฉบับนี้มีผลใช้บังคับ
(ค) การออกอาชญาบัตรหรือใบอนุญาตให้ใช้เครื่องมือทำการประมงสำหรับผู้ซึ่งมีความประสงค์ จะปรับเปลี่ยนอาชญาบัตร จากเครื่องมือทำการประมงที่มีการควบคุมจำนวนตามระเบียบกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ว่าด้วยการปฏิบัติเกี่ยวกับการควบคุมจำนวนเครื่องมือทำการประมงอวนลาก อวนรุน พ.ศ. ๒๕๓๙ และตามระเบียบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าด้วยการปฏิบัติเกี่ยวกับการควบคุม จำนวนเครื่องมือทำการประมงปลากะตัก พ.ศ. ๒๕๔๓ ไปเป็นอาชญาบัตรหรือใบอนุญาตให้ใช้เครื่องมือ ทำการประมงสำหรับทำการประมงประเภทอื่น หรือการออกอาชญาบัตรหรือใบอนุญาตให้ใช้เครื่องมือ ทำการประมงอวนรุนเคย ตามวิธีการและขั้นตอนที่ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ประกาศกำหนด ทั้งนี้ จนกว่าผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายจะมีคำสั่ง เป็นอย่างอื่น
ผู้ใดฝ่าฝืนข้อ ๑ วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
เพื่อให้ผู้ทำการประมงสามารถปรับปรุงเครื่องมือทำการประมงที่มีอยู่และเป็นการ บรรเทาผลกระทบจากการกำหนดห้ามมิให้บุคคลใดใช้หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อใช้ซึ่งเครื่องมืออวนลาก ที่มีขนาดช่องตาอวนก้นถุงเล็กกว่า ๕ เซนติเมตร ช่องตาอวนก้นถุง เครื่องมืออวนลาก ตามข้อ ๒
(๕) แห่งคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๔/๒๕๕๘ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำการประมง ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม เพิ่มเติม ลงวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๘ จึงให้ขยายระยะเวลา สำหรับการห้ามใช้หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อใช้เครื่องมืออวนลากที่มีช่องตาอวนก้นถุงเล็กกว่า ๕ เซนติเมตร เป็นตั้งแต่วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๘ เป็นต้นไป เล่ม ๑๓๒ ตอนพิเศษ ๒๙๘ ง
ประกาศหรือคำสั่งของศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ที่ออกตามข้อ ๒ (๓)
(ค) และข้อ ๒ วรรคสอง เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้
ฉบับประกาศ · ยกเลิกแล้ว · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙