มาตรา ๒๔
หมวด ๓ การติดตั้งถังขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว ระบบท่อก๊าซ และอุปกรณ์
มาตรา ๑๘–๓๐ · ๑๓ มาตรา
นอกจากการติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมความดันเกินพิกัดตามข้อ ๒๑ แล้ว ถังขนส่ง ก๊าซธรรมชาติเหลวต้องติดตั้งอุปกรณ์ ดังต่อไปนี้
(๑) อุปกรณ์ระบายความดันติดตั้งที่ผนังของถังชั้นนอก เพื่อป้องกันความดันที่เกิดขึ้น ระหว่างผนังชั้นนอกและผนังชั้นในของถังจากการรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติเหลวของผนังชั้นในของถังแล้ว มีผลทำให้ถังขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลวเกิดความเสียหาย
(๒) มาตรวัดความดันอย่างน้อยหนึ่งตัว ติดตั้งที่ตำแหน่งเหนือระดับของของเหลว เมื่อมีปริมาตรบรรจุสูงสุดตามข้อ ๔๙
(๓) มาตรวัดระดับของเหลวที่ใช้กับก๊าซธรรมชาติเหลวได้ อย่างน้อยหนึ่งตัว
(๔) วาล์วสำหรับป้องกันการบรรจุก๊าซธรรมชาติเหลวเกินร้อยละ ๙๐ ของปริมาตร ของถังขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว
(๕) ข้อต่อหรือท่อทางเข้าสำหรับต่อกับอุปกรณ์วัดสภาพสุญญากาศ
หัวท่อรับก๊าซ หัวท่อจ่ายก๊าซ และหัวท่อไอก๊าซของถังขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว ต้องได้รับการป้องกันโดยกล่องโลหะที่มีความแข็งแรงยึดแน่นติดกับโครงรถหรือแคร่รถไฟในตำแหน่ง ที่ปลอดภัย ห้ามติดตั้งหัวท่อรับก๊าซ หัวท่อจ่ายก๊าซ และหัวท่อไอก๊าซ ในตำแหน่งที่มีระดับต่ำกว่า จุดศูนย์กลางของเพลาล้อ
แบตเตอรี่ของรถขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลวและรถบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว ต้องได้รับการป้องกันโดยกล่องโลหะที่ปิดมิดชิดหรือกล่องที่เป็นฉนวนไฟฟ้าและขั้วแบตเตอรี่หุ้มด้วย ฉนวนไฟฟ้า ห้ามติดตั้งกล่องตามวรรคหนึ่งไว้ด้านเดียวกับกล่องโลหะตามข้อ ๒๓ เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๔ ก
รถขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลวและรถบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลวต้องมีอุปกรณ์ป้องกัน ด้านข้างและด้านท้ายที่มีคุณลักษณะ ขนาด ประสิทธิภาพ ตำแหน่งและเงื่อนไขในการติดตั้ง ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก
การติดตั้งถังขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว ต้องมีระยะห่างจากอุปกรณ์อื่น ๆ ดังต่อไปนี้
(๑) ระยะห่างตามแนวราบ ระหว่างผนังด้านหลังห้องคนขับรถกับผนังถังขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว ส่วนที่ใกล้ที่สุดไม่น้อยกว่า ๑๕๐ มิลลิเมตร
(๒) ระยะห่างตามแนวราบ ระหว่างด้านในของอุปกรณ์ป้องกันด้านท้ายของรถกับผนัง ถังขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลวส่วนที่ใกล้ที่สุดไม่น้อยกว่า ๑๐๐ มิลลิเมตร
(๓) ระยะห่างตามแนวราบและแนวดิ่ง ระหว่างท่อไอเสียกับผนังถังขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว และอุปกรณ์ส่วนที่ใกล้ที่สุดไม่น้อยกว่า ๑๐๐ มิลลิเมตร
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙