มาตรา ๑๘
หมวด ๒ การขออนุญาตและการอนุญาต
ส่วนที่ ๒ การเพาะเลี้ยงหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์น้ำบางชนิด
มาตรา ๑๕–๒๓ · ๙ มาตรา
ในกรณีที่คำขอรับใบอนุญาตให้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและเอกสารหรือหลักฐาน ถูกต้องและครบถ้วน ให้เจ้าหน้าที่จัดส่งคำขอรับใบอนุญาตและเอกสารหรือหลักฐานดังกล่าวให้แก่ เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินเพื่อดำเนินการตรวจสอบและจัดทำความเห็นเสนอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดี มอบหมาย ให้เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินตามวรรคหนึ่งนัดวันและเวลาการตรวจสอบสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบ ให้เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินตามวรรคหนึ่งประกอบด้วย
(๑) เขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร
(ก) กรณีทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากสำนักงานประมง พื้นที่กรุงเทพมหานคร กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด และกองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด อย่างน้อยหน่วยงานละหนึ่งคน
(ข) กรณีทำการเพาะเลี้ยงสัตว์ทะเล ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากสำนักงานประมง พื้นที่กรุงเทพมหานคร กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง และกองวิจัยและพัฒนาประมงทะเล อย่างน้อยหน่วยงานละหนึ่งคน
(๒) เขตพื้นที่จังหวัดอื่น
(ก) กรณีทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากสำนักงานประมงจังหวัด อย่างน้อยหนึ่งคน และเจ้าหน้าที่จากกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด กองวิจัยและพัฒนา ประมงน้ำจืด หรือกองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ อย่างน้อยหนึ่งคน ตามที่ประมงจังหวัดเห็นสมควร โดยเมื่อรวมจำนวนทั้งหมดแล้วต้องไม่น้อยกว่าสามคน
(ข) กรณีทำการเพาะเลี้ยงสัตว์ทะเล ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากสำนักงานประมงจังหวัด อย่างน้อยหนึ่งคน และเจ้าหน้าที่จากกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กองวิจัย และพัฒนาประมงทะเล กองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ กองวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำ หรือกองวิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์น้ำ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ อย่างน้อยหนึ่งคน ตามที่ประมงจังหวัด เห็นสมควร โดยเมื่อรวมจำนวนทั้งหมดแล้วต้องไม่น้อยกว่าสามคน
ในการตรวจสอบสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ให้เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินตรวจสอบ สถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) ลักษณะของสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
(ก) ต้องแยกออกจากบริเวณสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอื่นอย่างชัดเจน
(ข) ต้องมีผนังหรือกำแพงโดยรอบบริเวณเพื่อป้องกันการหลุดรอดของสัตว์น้ำ เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๒ ก
(ค) บ่อ ตู้ หรือภาชนะอื่นใดที่ใช้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ต้องมีความคงทน แข็งแรง ไม่แตก และไม่รั่วซึม
(ง) ต้องมีการจัดทำหมายเลขประจำบ่อ ตู้ หรือภาชนะอื่นใดที่ใช้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
(จ) ต้องมีทางระบายน้ำที่มีระบบ อุปกรณ์ และวิธีการป้องกันการหลุดรอดของสัตว์น้ำ ลูกสัตว์น้ำ และไข่สัตว์น้ำ
(ฉ) ต้องมีศักยภาพเหมาะสมกับจำนวนสัตว์น้ำที่ทำการเพาะเลี้ยง
(ช) ในกรณีที่มีการเคลื่อนย้ายสัตว์น้ำภายในสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ต้องจัดให้มีระบบ อุปกรณ์ และวิธีการป้องกันการหลุดรอดของสัตว์น้ำ ลูกสัตว์น้ำ และไข่สัตว์น้ำ
(๒) ต้องจัดให้มีคู่มือปฏิบัติงานประจำของสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยอย่างน้อยต้องระบุ ข้อมูลทั่วไป แผนที่ตั้ง แผนผังสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ วิธีการเตรียมน้ำ เตรียมบ่อ การให้อาหาร แบบบันทึกการเลี้ยง บันทึกอื่น ๆ และแผนการป้องกันสัตว์น้ำ ลูกสัตว์น้ำ และไข่สัตว์น้ำหลุดรอด
(๓) ต้องมีมาตรการควบคุมการเข้าออกสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อป้องกันการนำสัตว์น้ำ ออกจากสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
(๔) ต้องกำหนดให้มีบุคคลผู้ทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างชัดเจน
(๕) กรณีสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอยู่ในพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ เช่น พื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมซ้ำซาก ต้องมีมาตรการป้องกันการหลุดรอดของสัตว์น้ำ
ให้เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินจัดทำความเห็นเสนอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ให้แล้วเสร็จภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ตรวจสอบสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแล้วเสร็จ กรณีที่เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินดำเนินการตรวจสอบสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแล้วเห็นว่าเป็นไป ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดตามข้อ ๑๗ ให้จัดทำความเห็นเสนอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย เพื่อพิจารณาอนุญาตต่อไป กรณีที่เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินดำเนินการตรวจสอบสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแล้วเห็นว่า ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดตามข้อ ๑๗ ให้เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาต ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด เมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตดำเนินการ ปรับปรุงแก้ไขถูกต้องแล้ว ให้เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินดำเนินการตรวจสอบสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอีกครั้ง กรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่า ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปและให้เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบ พร้อมทั้งจัดทำความเห็นเสนอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย
การพิจารณาอนุญาตให้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดห้าม การเพาะเลี้ยงตามมาตรา ๖๕ ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๒ ก
(๑) จำนวนสัตว์น้ำที่มีอยู่ในประเทศหรือต่างประเทศเพื่อตรวจสอบการแพร่พันธุ์ภายในประเทศ ความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ วิธีการสืบพันธุ์ ความปลอดภัยของพันธุ์สัตว์น้ำที่หายากและอันตราย ที่อาจเกิดขึ้นกับสัตว์น้ำภายในประเทศ รวมทั้งสภาพของสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และผลกระทบต่อ ความสมดุลของระบบนิเวศ
(๒) สถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต้องมีการจัดระบบการดูแลสัตว์น้ำ ความปลอดภัยของพันธุ์สัตว์น้ำ และอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับสัตว์น้ำภายในประเทศ รวมทั้งผลกระทบต่อความสมดุลของระบบนิเวศ
(๓) ต้องไม่ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในที่จับสัตว์น้ำซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
การพิจารณาอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์น้ำที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดห้าม การมีไว้ในครอบครองตามมาตรา ๖๕ ให้พิจารณาถึงจำนวนสัตว์น้ำที่มีอยู่ในประเทศหรือต่างประเทศ เพื่อตรวจสอบการแพร่พันธุ์ภายในประเทศ ความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ วิธีการสืบพันธุ์ ความปลอดภัย ของพันธุ์สัตว์น้ำที่หายาก และอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับสัตว์น้ำภายในประเทศ รวมทั้งสภาพของสถานที่ ที่มีสัตว์น้ำไว้ในครอบครองและผลกระทบต่อความสมดุลของระบบนิเวศ
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙