มาตรา ๔
เพื่อประโยชน์ในการป้องกัน ระงับ หรือปราบปรามการกระทำอันเป็นการบ่อนทำลาย ความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงของชาติ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีอำนาจประกาศ กำหนดมาตรการดังต่อไปนี้ในการป้องกันการลักลอบนำสารเคมี วัสดุ หรือเครื่องมือบางประเภทไปใช้ ผลิตยาเสพติด
(๑) ชื่อ ปริมาณของสารเคมี วัสดุ หรือเครื่องมือควบคุม เล่ม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๑๓๙ ง
(๒) กำหนดพื้นที่ควบคุมสารเคมี วัสดุ หรือเครื่องมือนั้น โดยอาจกำหนดห้วงเวลาหรือระยะเวลา ตามที่เห็นสมควรก็ได้
(๓) กำหนดหน้าที่ของผู้ทำธุรกรรมและวิธีดำเนินการอื่นใดเพื่อควบคุมสารเคมี วัสดุ หรือเครื่องมือ ตาม (๑) และ (๒)
ในการปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) เข้าไปในสถานที่ผลิตหรือเก็บสารเคมี วัสดุ หรือเครื่องมือ ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัย ว่าเป็นธุรกรรมต้องสงสัย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้
(๒) ตรวจค้นบุคคล สถานที่ หรือยานพาหนะที่บรรทุกสารเคมี วัสดุ หรือเครื่องมือ ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นธุรกรรมต้องสงสัย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ ทั้งนี้ อาจนำสารเคมี ในปริมาณเท่าที่จำเป็นไปเป็นตัวอย่างเพื่อตรวจสอบได้
(๓) กัก ยึด หรืออายัดสารเคมี วัสดุ เครื่องมือ ยานพาหนะ ภาชนะบรรจุ สมุดบัญชี เอกสาร หรือสิ่งของอื่น ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นธุรกรรมต้องสงสัย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ ตามคำสั่งนี้ มีกำหนดระยะเวลาไม่เกินสามสิบวัน ทั้งนี้ ถ้ามีเหตุจำเป็นเลขาธิการอาจพิจารณาขยายระยะเวลา ได้อีกไม่เกินสามสิบวัน
(๔) มีหนังสือเรียกบุคคลมาให้ถ้อยคำ ส่งเอกสาร หรือวัตถุใด ๆ มาเพื่อให้บุคคลนั้นพิสูจน์ว่า ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสิ่งของที่กัก ยึด หรืออายัดตาม
(๓) นั้น ได้กระทำโดยสุจริตหรือไม่เป็นธุรกรรมต้องสงสัย
ในกรณีที่เจ้าพนักงานได้ใช้อำนาจกัก ยึด หรืออายัดตามข้อ ๓
(๓) แล้วให้รายงาน เลขาธิการภายในสามวัน และให้เลขาธิการมีอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) สั่งคืนสิ่งของที่กัก ยึด หรือแจ้งการถอนอายัด ในกรณีเห็นว่าธุรกรรมนั้นไม่เป็นธุรกรรม ต้องสงสัย หรือผู้ทำธุรกรรมสามารถพิสูจน์ได้ว่าตนได้ทำธุรกรรมนั้นโดยสุจริต ให้เจ้าพนักงานแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้ควรได้รับคืนให้มารับสิ่งของที่กัก ยึด หรือแจ้ง การถอนอายัดไว้ ในกรณีที่ไม่สามารถแจ้งได้ ให้โฆษณาทางหนังสือพิมพ์หรือโดยปิดประกาศในที่เปิดเผย ณ ที่ทำการของเจ้าพนักงาน และสถานที่อายัดเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
(๒) สั่งทำลาย หรือจัดการตามที่เห็นสมควร ในกรณีดังนี้
(ก) เห็นว่าธุรกรรมนั้นเป็นธุรกรรมต้องสงสัย และผู้ทำธุรกรรมไม่มาพิสูจน์ว่าตน ได้ทำธุรกรรมนั้นโดยสุจริต
(ข) ปรากฏว่าผู้ควรได้รับคืนไม่มาขอรับสิ่งของที่กัก ยึด หรืออายัดไว้ภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันที่แจ้งเป็นหนังสือหรือวันที่โฆษณาทางหนังสือพิมพ์ หรือวันที่ปิดประกาศในที่เปิดเผยตาม (๑) หรือ
(ค) ไม่ปรากฏว่ามีผู้ทำธุรกรรมมาแสดงตนภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้ใช้อำนาจกัก ยึด หรืออายัดตามข้อ ๓
(๓) เล่ม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๑๓๙ ง
ในการปฏิบัติการตามคำสั่งนี้ให้เลขาธิการ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด และเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
บรรดาสารเคมีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมประกาศตามข้อ ๒
(๑) ซึ่งเจ้าพนักงาน ตามกฎหมายอื่นได้กัก ยึด หรืออายัดไว้อยู่ก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นการกัก ยึด หรืออายัด ตามคำสั่งนี้ และให้เจ้าพนักงานตามกฎหมายดังกล่าวนั้นรายงานเลขาธิการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ ประกาศมีผลใช้บังคับ เพื่อเลขาธิการดำเนินการตามคำสั่งนี้ต่อไป ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นเลขาธิการ อาจขยายระยะเวลาการรายงานได้ตามความเหมาะสม
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙