มาตรา ๗
เจ้าของหรือผู้ครอบครองเรือประมงพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการประมงผู้ใดฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามข้อ ๑ วรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทสำหรับ เรือขนาดสิบตันกรอส และปรับเพิ่มขึ้นตามขนาดของเรือในส่วนที่เกินสิบตันกรอสขึ้นไปตันกรอสละหนึ่งพันบาท
ผู้ใดไม่ส่งคืนใบทะเบียนเรือภายในระยะเวลาที่กำหนดในข้อ ๒ วรรคสอง ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
เจ้าของหรือผู้ควบคุมเรือผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ ๔ ต้องระวางโทษปรับ ไม่น้อยกว่าสี่แสนบาทแต่ไม่เกินแปดแสนบาทต่อคนประจำเรือหนึ่งคน
บรรดาความผิดตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๐/๒๕๕๘ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ลงวันที่ ๒๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๔/๒๕๕๘ เรื่อง การแก้ไขปัญหา การทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม เพิ่มเติม ลงวันที่ ๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔๒/๒๕๕๘ เรื่อง การแก้ไขปัญหา การทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม เพิ่มเติมครั้งที่ ๒ ลงวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ และตามคำสั่งนี้ ให้อธิบดีกรมประมงหรืออธิบดีกรมเจ้าท่า แล้วแต่กรณี มีอำนาจเปรียบเทียบได้ เล่ม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๒๐๒ ง
ในการเปรียบเทียบตามข้อ ๘ อธิบดีกรมประมงหรืออธิบดีกรมเจ้าท่ามีอำนาจ มอบหมายให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการประมง กฎหมายว่าด้วย การเดินเรือในน่านน้ำไทย หรือกฎหมายว่าด้วยเรือไทย แล้วแต่กรณี ดำเนินการเปรียบเทียบได้ โดยจะกำหนดหลักเกณฑ์ในการเปรียบเทียบหรือเงื่อนไขประการใด ๆ ให้แก่ผู้ได้รับมอบหมาย ตามที่เห็นสมควรก็ได้ ให้พนักงานสอบสวนที่ได้รับมอบหมายตามวรรคหนึ่งมีอำนาจดำเนินการเปรียบเทียบได้ แม้จะอยู่นอกเขตอำนาจของตน เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับตามจำนวนที่ได้เปรียบเทียบตามข้อ ๘ ภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งต้องไม่เกินสามสิบวัน ให้ถือว่าคดีเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ฉบับประกาศ · ยกเลิกแล้ว · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙