มาตรา ๒
ในคำสั่งนี้ “ช้าง” หมายความว่า ช้างที่เป็นสัตว์พาหนะตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะ และให้หมายความ รวมถึงช้างที่ได้มาจากการสืบพันธุ์ของช้างดังกล่าว “ตั๋วรูปพรรณ” หมายความว่า ตั๋วรูปพรรณตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะ “นายทะเบียน” หมายความว่า นายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะ
ให้เจ้าของช้างนำช้างที่อยู่ในความครอบครองทั้งที่ได้จดทะเบียนทำตั๋วรูปพรรณแล้ว และยังไม่ได้จดทะเบียนทำตั๋วรูปพรรณ ไปทำการเก็บตัวอย่างเลือดสำหรับตรวจสอบรหัสพันธุกรรม (DNA) ณ ท้องที่ที่ช้างนั้นอยู่ ทั้งนี้ ตามสถานที่และระยะเวลาที่นายทะเบียนประกาศกำหนด และให้นายทะเบียน ออกหนังสือรับรองให้แก่เจ้าของช้างเพื่อเป็นหลักฐานแสดงว่าได้นำช้างมาเก็บตัวอย่างเลือดแล้ว ให้กรมการปกครอง กรมปศุสัตว์ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จัดส่งเจ้าหน้าที่ เพื่อดำเนินการเก็บตัวอย่างเลือดตามวรรคหนึ่ง และจัดทำเครื่องหมายประจำตัวช้างที่ยังไม่มีเครื่องหมายประจำตัว ในกรณีที่ช้างเชือกใดยังไม่มีตั๋วรูปพรรณแต่เจ้าของช้างมีหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าช้างเชือกนั้น เป็นช้างที่ได้มาจากการสืบพันธุ์จากช้างที่เป็นสัตว์พาหนะ ให้นายทะเบียนดำเนินการจดทะเบียน ทำตั๋วรูปพรรณให้แก่ช้างเชือกนั้น
ให้กรมการปกครอง กรมปศุสัตว์ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดำเนินการเก็บตัวอย่างเลือดให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ และให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชดำเนินการตรวจสอบรหัสพันธุกรรม (DNA) ของช้าง ให้แล้วเสร็จและส่งผลการตรวจสอบรหัสพันธุกรรม (DNA) ให้กรมการปกครองนำไปบันทึกในทะเบียน ตั๋วรูปพรรณช้างภายในสามร้อยหกสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ เล่ม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๒๑๗ ง
ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันพิจารณายกร่างกฎหมาย เพื่อกำหนดมาตรการในการคุ้มครองช้างไทย ตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะ กฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และกฎหมายว่าด้วย การป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ให้เป็นระบบภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้ มีผลใช้บังคับ
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙