arnon.work

มาตรา ๑๐

มาตรา ๘

กิจกรรมทางเลือก ๑. นอกเหนือจากกิจกรรมพื้นฐานที่ระบุในข้อ ๗แล้ว องค์การจะต้องให้คำแนะนำและจัดให้มี โครงการด้านเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์อวกาศและการประยุกต์ใช้ประโยชน์ที่เหมาะสมแก่รัฐ สมาชิก สำหรับนำไปปฏิบัติร่วมกันโดยรัฐสมาชิกที่เลือกเข้าร่วมในโครงการดังกล่าว ๒. โครงการเช่นว่านั้นจะดำเนินการตามหลักของผลตอบแทนจากการลงทุน รัฐสมาชิกจะได้รับ ผลตอบแทนจากกิจกรรมที่เลือกไว้ ตามสัดส่วนของการลงทุนที่รัฐสมาชิกเข้าร่วม บทที่ ๓ สมาชิกภาพ

มาตรา ๙

สมาชิก ๑. องค์การจะเปิดรับสมาชิกทุกประเทศที่เป็นสมาชิกของสหประชาชาติในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ๒. รัฐสมาชิกจะมีสิทธิโดยสมบูรณ์ในการออกเสียงลงคะแนน ๓. รัฐสมาชิกทั้งปวงจะมีสิทธิเข้าร่วมโครงการความร่วมมือและกิจกรรมต่างๆ ที่ดำเนินการโดย องค์การ ๔. รัฐสมาชิกทั้งปวงจะต้องมีส่วนร่วมชำระค่าบำรุงสำหรับการดำเนินงานขององค์การ ๕. การเข้าร่วมในกิจกรรมต่างๆ ขององค์การจะไม่มีผลกระทบต่อความร่วมมือทวิภาคีและพหุ ภาคีของรัฐสมาชิกที่มีในปัจจุบันหรืออนาคต ๖. รัฐสมาชิกใดๆ ของสหประชาชาติหรือองค์การระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมด้าน อวกาศ อาจได้รับสถานะเป็นผู้สังเกตการณ์โดยความเห็นชอบของคณะมนตรีอย่างเป็น เอกฉันท์ ผู้สังเกตการณ์จะไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมของคณะมนตรี ๗. รัฐที่มิได้อยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและเป็นสมาชิกของสหประชาชาติ สามารถสมัครเป็น สมาชิกสมทบได้คณะมนตรีอาจพิจารณาตัดสินโดยฉันทามติให้เข้าร่วมองค์การ คณะมนตรี อาจตัดสินโดยฉันทามติในเรื่องข้อกำหนดและเงื่อนไขในการเข้าเป็นสมาชิกร่วม (การชำระ ค่าบำรุง การมีส่วนร่วมในกิจกรรมพื้นฐาน และกิจกรรมความร่วมมือต่างๆ ขององค์การ ฯลฯ)สมาชิกสมทบจะไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในการประชุมของคณะมนตรี 6 บทที่ ๔องค์กรที่ปฏิบัติหน้าที่

มาตรา ๑๐

องค์กรขององค์การ ๑. องค์กรขององค์การประกอบด้วย ก) คณะมนตรีที่จะมีประธานมนตรีเป็นหัวหน้า และ ข) สำนักงานเลขาธิการ ที่จะมีเลขาธิการเป็นหัวหน้าคณะ ๒. องค์การ สามารถจัดตั้งสถาบันย่อยขึ้นได้ตามที่เห็นว่าจำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานและ การบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ บทที่ ๕คณะมนตรีขององค์การ

มาตรา ๑๑

องค์ประกอบของคณะมนตรี ๑. คณะมนตรีจะเป็นหน่วยงานสูงสุดที่มีอำนาจตัดสินใจขององค์การ ๒. คณะมนตรีจะต้องประกอบด้วยรัฐมนตรีหรือผู้แทนระดับกระทรวงของหน่วยงานด้านอวกาศ แห่งชาติของรัฐสมาชิก รัฐสมาชิกแต่ละรัฐจะต้องแต่งตั้งรัฐมนตรีหรือผู้แทนระดับกระทรวง หนึ่งท่านเพื่อการเป็นตัวแทนในคณะมนตรี ๓. คณะมนตรีจะต้องเลือกประธานหนึ่งคนและรองประธานสองคน โดยให้มีวาระการดำรง ตำแหน่งสองปี

มาตรา ๑๒

ความรับผิดชอบของคณะมนตรี คณะมนตรีจะต้อง ก) กำหนดและให้ความเห็นชอบต่อนโยบายตลอดจนกฎระเบียบข้อบังคับ และกฎหมายที่องค์การ ต้องปฏิบัติตามเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ขององค์การ ข) ให้ความเห็นชอบต่อการภาคยานุวัติ การตัดและการสิ้นสุดของสมาชิกภาพ และทำคำวินิจฉัย ในเรื่องการรับเข้าเป็นผู้สังเกตการณ์และสมาชิกสมทบ ค) รับเอาและให้ความเห็นชอบต่อกฎข้อบังคับในการประชุมของตน ง) รับเอาและให้ความเห็นชอบต่อรายงานประจำปีและแผนการดำเนินงานขององค์การ จ) รับเอาและให้ความเห็นชอบต่อโครงการความร่วมมือและงบประมาณของโครงการ 7 ฉ) รับเอาและให้ความเห็นชอบต่ออัตราค่าบำรุงของรัฐสมาชิก และงบประมาณประจำปีของ องค์การ ช) ให้ความเห็นชอบต่อแผนงบประมาณห้าปีตามระดับปัจจุบันของทรัพยากรทางการเงิน และ โดยกำหนดทรัพยากรทางการเงินที่จัดสรรให้องค์การ สำหรับช่วงเวลาห้าปีถัดไป ซ) ให้ความเห็นชอบต่อรายงานค่าใช้จ่ายประจำปีและงบการเงินขององค์การ ฌ) ให้ความเห็นชอบต่อบทบัญญัติในเรื่องการบริหารจัดการอื่นๆ ทั้งหมดขององค์การ ญ) ให้ความเห็นชอบและจัดพิมพ์รายงานดุลประจำปีขององค์การที่ผ่านการตรวจสอบบัญชีแล้ว ฎ) แต่งตั้งเลขาธิการและให้ความเห็นชอบต่อการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่อื่น ๆ โดยคณะมนตรี การแต่งตั้งเลขาธิการอาจถูกเลื่อนออกไปเมื่อไรก็ได้เป็นเวลาหกเดือน ในกรณีเช่นนั้น ให้คณะ มนตรีแต่งตั้งบุคคลที่เหมาะสมเป็นผู้รักษาการแทนเลขาธิการสำหรับช่วงเวลานั้น ซึ่งจะ รับผิดชอบต่อการปฏิบัติภารกิจโดยให้มีอำนาจและความรับผิดชอบตามที่คณะมนตรีจะ กำหนดสำหรับบุคคลผู้นั้น ฏ) ตัดสินใจให้ก่อตั้งสถาบันและสำนักงานสาขาและให้ความเห็นชอบต่อโครงสร้างของหน่วยงาน เหล่านั้นตลอดจนของสำนักงานเลขาธิการและอัตรากำลังของพนักงานของหน่วยงานนั้นๆ ฐ) แต่งตั้งเจ้าหน้าที่อื่น ๆที่จะทำให้การประกอบกิจกรรมต่างๆ ขององค์การดำเนินไปอย่างมี ประสิทธิผล ฑ) ตีความอนุสัญญาฉบับนี้ หากได้รับการร้องขอจากรัฐสมาชิกใดๆ

ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๓ ส.ค. ๒๕๖๙

พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานขององค์การความร่วมมือด้านอวกาศแห่งเอเชียแปซิฟิก พ.ศ. 2550 มาตรา ๑๐ · arnon.work