arnon.work

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๕

องค์ประกอบของสำนักงานเลขาธิการ ๑. สำนักงานเลขาธิการจะเป็นองค์กรบริหารขององค์การ ๒. สำนักงานเลขาธิการจะต้องประกอบด้วยเลขาธิการและบุคคลในคณะเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน เลขาธิการ

มาตรา ๑๖

เลขาธิการ ๑. เลขาธิการจะเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารขององค์การ และเป็นผู้แทนโดยนิตินัยขององค์การ เลขาธิการจะมีอำนาจหน้าที่โดยสมบูรณ์ในการบริหารสำนักงานเลขาธิการขององค์การ ๒. ให้คณะมนตรีแต่งตั้งเลขาธิการหนึ่งคนสำหรับดำรงตำแหน่งเป็นระยะเวลาห้าปีและอาจขยาย วาระการดำรงตำแหน่งของเลขาธิการได้อีกวาระหนึ่งเป็นเวลาห้าปี คณะมนตรีโดยมติเสียง ข้างมากสามในสี่ของรัฐสมาชิกที่เข้าประชุมคณะมนตรี มีสิทธิถอดถอนเลขาธิการในระหว่าง ที่ดำรงตำแหน่ง ๓. เลขาธิการจะต้องเข้าร่วมการประชุมคณะมนตรี โดยไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

มาตรา ๑๗

ความรับผิดชอบของเลขาธิการ ๑. เพื่อให้สอดคล้องกับคำสั่งที่ออกโดยคณะมนตรี เลขาธิการจะต้องรายงานต่อคณะมนตรีและ จะต้องรับผิดชอบดังนี้ ก) การปฏิบัติตามและการอนุวัติการนโยบายทุกเรื่องขององค์การตามที่คณะมนตรี ปรารถนา ข) การทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ ค) การจัดการและการดำเนินงานขององค์การ ง) การร่างรายงานประจำปี แผนการดำเนินงาน และงบประมาณด้านการเงินของ องค์การ เพื่อขอความเห็นชอบจากคณะมนตรี จ) จัดทำและอนุวัติการบทบัญญัติว่าด้วยการบริหารจัดการภายในของสำนักงาน เลขาธิการ 9 ฉ) เสนอข้อเสนอต่อคณะมนตรีเกี่ยวกับโครงการและกิจกรรมต่างๆตลอดจนมาตรการ ต่างๆที่จัดวางขึ้นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการและกิจกรรมต่าง ๆของ องค์การ ช) การบรรจุและการบริหารเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภายในจากรัฐสมาชิกตามกฎ ข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติงานที่กำหนดโดยคณะมนตรี ซ) การแต่งตั้งนักวิทยาศาสตร์ นักเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญอื่น ๆซึ่งไม่ใช่บุคคลใน คณะเจ้าหน้าที่ประจำในรูปของสัญญา เพื่อปฏิบัติการตามงานที่ได้รับมอบหมาย จากองค์การ ฌ)เจรจาและลงนามทำความตกลงความร่วมมือระหว่างประเทศโดยความเห็นชอบ ของคณะมนตรี ๒. ความรับผิดชอบของเลขาธิการและคณะบุคคลเจ้าหน้าที่ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ประจำหรือ เจ้าหน้าที่ตามสัญญาก็ตาม ในส่วนที่เกี่ยวกับองค์การจะเป็นในระดับระหว่างประเทศเท่านั้น ในการปฏิบัติหน้าที่ของตน บุคคลเหล่านั้นจะต้องไม่ขอหรือรับคำสั่งจากรัฐบาลใด ๆหรือ จากองค์กรใด ๆนอกองค์การรัฐสมาชิกแต่ละรัฐจะต้องเคารพความเป็นสากลของความ รับผิดชอบของเลขาธิการและบุคคลในคณะเจ้าหน้าที่ และจะต้องไม่ใช้อิทธิพลใดๆ ในลักษณะหรือรูปแบบใดๆต่อบุคคลเหล่านั้น ในการปฏิบัติหน้าที่ให้กับองค์การ บทที่ ๗ การเงิน

มาตรา ๑๘

ข้อตกลงด้านการเงิน ๑. กองทุนสำหรับองค์การจะจัดหาจากเงินค่าบำรุงของรัฐสมาชิก เงินให้เปล่าตามความสมัครใจ ของรัฐเจ้าภาพและรัฐสมาชิกอื่นๆ เงินบริจาคและเงินอุดหนุนที่ได้รับจากองค์การอื่นๆ และบริการต่างๆที่ให้แก่ผู้อื่น ๒. รัฐสมาชิกแต่ละรัฐจะต้องมีส่วนร่วมในงบประมาณขององค์การ ตามข้อตกลงด้านการเงินที่ คณะมนตรีเป็นผู้กำหนด ๓. คณะมนตรีโดยฉันทามติจะต้องกำหนดอัตราเงินค่าบำรุงของรัฐสมาชิกแต่ละรัฐ อัตราดังกล่าว จะต้องมีการทบทวนทุกๆสามปี ๔. อัตราเงินค่าบำรุงจากรัฐสมาชิกนั้นจะคำนวณตามระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และค่าเฉลี่ย ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติของรัฐสมาชิกต่อจำนวนประชากร ๕. รัฐสมาชิกแต่ละรัฐจะต้องจ่ายเงินค่าบำรุงขั้นต่ำให้แก่องค์การ ที่เรียกว่า “ขั้นต่ำสุด” ซึ่งกำหนดโดยการออกเสียงของที่ประชุมคณะมนตรีด้วยคะแนนเสียงข้างมากสองในสาม 10 ๖. ไม่มีรัฐสมาชิกใดจะถูกเกณฑ์ให้จ่ายเงินค่าบำรุงเกินกว่าร้อยละ ๑๘ของงบประมาณของ องค์การที่ผ่านความเห็นชอบแล้ว ๗. ภายใต้บังคับแห่งข้อกำหนดของคณะมนตรี เลขาธิการอาจยอมรับเงินบริจาค ของกำนัล หรือมรดกที่ให้แก่องค์การ ทั้งนี้สิ่งเหล่านี้จะต้องไม่ก่อให้เกิดเงื่อนไขที่ขัดต่อวัตถุประสงค์ ขององค์การ บทที่ ๘ข้อพิพาท

มาตรา ๑๙

การระงับข้อพิพาท ข้อพิพาทใดๆระหว่างรัฐสมาชิกสองรัฐหรือมากกว่านั้น หรือระหว่างรัฐสมาชิกใด ๆกับองค์การ ในส่วนที่เกี่ยวกับการตีความหรือการใช้อนุสัญญาฉบับนี้จะมีข้อยุติโดยการปรึกษาหารือกันฉันท์มิตร ในคณะมนตรี ในกรณีที่ไม่สามารถระงับข้อพิพาทได้ให้ยุติข้อพิพาทนั้นโดยอนุญาโตตุลาการตามกฎ ข้อบังคับเพิ่มเติมที่คณะมนตรีรับเอาโดยฉันทามติ บทที่ ๙บทบัญญัติอื่น ๆ

ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๓ ส.ค. ๒๕๖๙

พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานขององค์การความร่วมมือด้านอวกาศแห่งเอเชียแปซิฟิก พ.ศ. 2550 มาตรา ๑๗ · arnon.work