arnon.work

มาตรา ๓

มาตรา ๑

การจัดตั้งองค์การความร่วมมือด้านอวกาศแห่งเอเชียแปซิฟิก ๑.องค์การความร่วมมือด้านอวกาศแห่งเอเชียแปซิฟิกได้จัดตั้งขึ้นตามอนุสัญญานี้ (ต่อไปในที่นี้ เรียกว่า “องค์การ”) ๒.สำนักงานใหญ่ขององค์การจะตั้งอยู่ในสาธารณรัฐประชาชนจีน (ซึ่งต่อไปในที่นี้เรียกว่า “รัฐเจ้าภาพ”) ๓.ในการหารือกับรัฐบาลของรัฐเจ้าภาพ องค์การอาจจัดให้มีสำนักงานสาขาและสิ่งอำนวยความ สะดวกที่เกี่ยวข้องภายในดินแดนของรัฐเจ้าภาพ ๔.ในการหารือกับรัฐสมาชิกอื่น องค์การอาจจัดให้มีสำนักงานสาขาและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ เกี่ยวข้องภายในดินแดนของรัฐสมาชิกอื่นได้

มาตรา ๒

คำนิยาม เพื่อความมุ่งประสงค์แห่งอนุสัญญาฉบับนี้ ก) “องค์การ” หมายถึง องค์การความร่วมมือด้านอวกาศแห่งเอเชียแปซิฟิก (แอ๊ปสโค) ข) “รัฐบาลเจ้าภาพ” หมายถึงรัฐบาลของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นที่ตั้งองค์การ ค) “รัฐสมาชิก”หมายถึง รัฐสมาชิกขององค์การ ง) “คณะมนตรี”หมายถึงหน่วยงานสูงสุดขององค์การความร่วมมือด้านอวกาศแห่งเอเชียแปซิฟิก ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนที่ได้รับการมอบอำนาจอย่างเป็นทางการจากรัฐสมาชิก จ) “ประธาน”หมายถึง ประธานของคณะมนตรี ฉ) “สำนักงานเลขาธิการ” หมายถึงองค์กรบริหารขององค์การซึ่งสำนักงานตั้งอยู่ในสาธารณรัฐ ประชาชนจีน ช) “เลขาธิการ” หมายถึง หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารและเป็นตัวแทนทางกฎหมายขององค์การ

มาตรา ๓

สถานะทางกฎหมาย ให้องค์การเป็นองค์การระหว่างประเทศระดับรัฐบาล องค์การเป็นหน่วยงานอิสระที่มิได้แสวงหา กำไรที่มีนิติฐานะระหว่างประเทศอย่างสมบูรณ์ 3

มาตรา ๔

วัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์ขององค์การมีดังนี้ ๑. ส่งเสริม และสนับสนุนการพัฒนาโครงการความร่วมมือด้านอวกาศของรัฐสมาชิกโดยกำหนด พื้นฐานแห่งความร่วมมือเพื่อการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านอวกาศอย่างสันติ ๒. ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพในอันที่จะช่วยเหลือรัฐสมาชิกในด้านการวิจัย การพัฒนา เทคโนโลยีอวกาศ การประยุกต์ใช้ประโยชน์ และการฝึกอบรมโดยดำเนินการ และนำ นโยบายการพัฒนากิจการอวกาศไปปฏิบัติ ๓. ส่งเสริมความร่วมมือ การพัฒนาร่วมกับและการแบ่งปันความสำเร็จ ระหว่างรัฐสมาชิกใน ด้านเทคโนโลยีอวกาศ และการประยุกต์ใช้ประโยชน์ เช่นเดียวกับการวิจัยวิทยาศาสตร์ อวกาศโดยการใช้ประโยชน์จากการชักนำศักยภาพด้านความร่วมมือในภูมิภาค ๔. ขยายความร่วมมือระหว่างวิสาหกิจและสถาบันที่เกี่ยวข้องของรัฐสมาชิก และส่งเสริมการใช้ เทคโนโลยีอวกาศและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเหล่านั้นในเชิงอุตสาหกรรม ๕. มีส่วนช่วยให้เกิดการใช้ประโยชน์จากอวกาศโดยสันติ ในกิจกรรมความร่วมมือระหว่าง ประเทศด้านเทคโนโลยีอวกาศและการประยุกต์ใช้ประโยชน์

มาตรา ๕

นโยบายด้านอุตสาหกรรม ๑. คณะมนตรีต้องจัดทำนโยบายด้านอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับการดำเนินโครงการและ กิจกรรมต่างๆรวมทั้งโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐสมาชิกอย่างคุ้มค่า ๒. ภาคอุตสาหกรรมของรัฐสมาชิกทั้งปวงจะต้องได้รับบุริมสิทธิ์/โอกาสมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไป ได้ที่จะเข้าร่วมในภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการนำโครงการและกิจกรรมขององค์การไปปฏิบัติ ๓. ในระหว่างการนำโครงการและกิจกรรมต่างๆขององค์การไปปฏิบัติ รวมทั้งการพัฒนา เทคโนโลยีอวกาศและผลผลิตจากเทคโนโลยีอวกาศที่เกี่ยวข้อง องค์การต้องทำให้แน่ใจว่ารัฐ สมาชิกทั้งปวงจะมีส่วนร่วมอย่างเป็นธรรมตามสัดส่วนของเงินลงทุน ซึ่งอาจรวมถึงการลงทุน ด้านเทคโนโลยี ๔. แนวคิด “ผลตอบแทนที่ยุติธรรม” สำหรับรัฐสมาชิกต้องเป็นเสาหลักของนโยบายด้าน อุตสาหกรรมขององค์การองค์การต้องพยายามเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันด้าน อุตสาหกรรมของรัฐสมาชิก โดยการใช้ประโยชน์จากศักยภาพด้านอุตสาหกรรมที่มีอยู่ของ รัฐสมาชิกในเบื้องต้น โดยการพัฒนารวมทั้งการธำรงไว้ซึ่งเทคโนโลยีอวกาศและผลิตภัณฑ์ 4 ต่างๆ ดังกล่าว ตลอดจนการกระตุ้นให้มีการพัฒนาโครงสร้างทางอุตสาหกรรมตามความ ต้องการของตลาด ๕. นโยบายด้านอุตสาหกรรมต้องมีเป้าหมายหลักดังนี้ ก) การพัฒนาอุตสาหกรรมในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ให้แข่งขันได้โดยใช้การ ประกวดราคาแข่งขันอย่างเสรี ข) การกระจายเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องระหว่างรัฐสมาชิก เพื่อก่อให้เกิดความ เชี่ยวชาญเฉพาะที่จำเป็นสำหรับโครงการและกิจกรรมขององค์การ ๖. ในการนำนโยบายด้านอุตสาหกรรมไปปฏิบัติประธานคณะมนตรีจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของ คณะมนตรี บทที่ ๒ ขอบเขตของความร่วมมือและกิจกรรมด้านความร่วมมือ

ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๓ ส.ค. ๒๕๖๙