มาตรา ๑
ให้ยกเลิก
(๑) กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๖๔
(๒) กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ สำนักนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๗
ให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ มีภารกิจเกี่ยวกับการศึกษา วิเคราะห์ เสนอแนะนโยบาย และให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการแก่คณะรัฐมนตรี ส่วนราชการ และหน่วยงานอื่นของรัฐ ทั้งนี้ เพื่อให้ระบบราชการมีความเข้มแข็ง ทันสมัย และสอดรับกับ การบริหารภาครัฐแนวใหม่ที่มุ่งเน้นเรื่องผลสัมฤทธิ์ของงาน โดยให้มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) รับผิดชอบงานธุรการและงานวิชาการของ ก.พ.ร. คณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริม องค์การมหาชน และหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกำหนด หรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(๒) ศึกษา วิเคราะห์ และเสนอความเห็นเกี่ยวกับการแบ่งส่วนราชการและการกำหนดหน้าที่ และอำนาจของส่วนราชการ รวมทั้งตรวจสอบดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ บริหารราชการแผ่นดิน
(๓) ส่งเสริม สนับสนุน ชี้แจง ทำความเข้าใจ แนะนำ และฝึกอบรมเกี่ยวกับการพัฒนา ระบบราชการ
(๔) ดำเนินการ ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม กฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๕ ก กฎหมายว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ และกฎหมายอื่น ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอต่อ ก.พ.ร.
(๕) ขับเคลื่อนการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการและการให้บริการ แก่ประชาชน
(๖) จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับการพัฒนาและจัดระบบราชการและงานของรัฐอย่างอื่น เสนอต่อ ก.พ.ร. เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาต่อไป
(๗) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่และอำนาจของสำนักงาน หรือตามที่ นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
ให้แบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ดังต่อไปนี้
(๑) สำนักงานเลขาธิการ
(๒) กองกฎหมายและระเบียบราชการ
(๓) กองกิจการองค์การมหาชนและหน่วยงานของรัฐรูปแบบอื่น
(๔) กองขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล
(๕) กองติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการพัฒนาระบบราชการ
(๖) กองนวัตกรรมบริการภาครัฐ
(๗) กองพัฒนาระบบบริหารงานส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น
(๘) กองพัฒนาระบบราชการ
(๙) กองยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการ
(๑๐) กองส่งเสริมการอำนวยความสะดวกบริการภาครัฐ
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙