มาตรา ๑
ให้ยกเลิกความในข้อ ๕ ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓/๒๕๖๐ เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง ลงวันที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “ให้จัดตั้งสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรีขึ้นเป็นหน่วยงานในสำนักเลขาธิการ คณะรัฐมนตรี มีหน้าที่กลั่นกรอง ตรวจสอบ ประเมินผล กำหนดตัวชี้วัด และติดตามความก้าวหน้า ในการดำเนินการตามมติ ป.ย.ป. และคณะกรรมการตามข้อ ๔ หรือตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย และประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสร้างความรับรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน โดยมุ่งเน้นภารกิจ เชิงยุทธศาสตร์ (Agenda) และเชิงบูรณาการตามพื้นที่หรือกลุ่มภารกิจ (Area) ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่ ในทางวิชาการและธุรการให้ ป.ย.ป. เลขานุการ ป.ย.ป. คณะกรรมการตามข้อ ๔ และคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานต่าง ๆ ให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นผู้บังคับบัญชาของผู้ปฏิบัติงานในสำนักงานบริหารนโยบายของ นายกรัฐมนตรีและทำหน้าที่ประสานกับเลขานุการ ป.ย.ป. ในการขับเคลื่อนงานต่าง ๆ ให้บังเกิด ผลสัมฤทธิ์ ในการนี้ ให้มีอำนาจขอยืมตัวข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐอื่น ตลอดจนจ้างผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมมาบรรจุ แต่งตั้ง หรือปฏิบัติงานในสำนักงานบริหารนโยบายของ นายกรัฐมนตรีได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม ทั้งนี้ หน้าที่และอำนาจ การบริหารงาน และ การดำเนินงานของสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี ให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการนั้น เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๙๖ ง เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวรรคสอง ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจัดให้สำนักงาน บริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี มีเจ้าหน้าที่ งบประมาณ สถานที่ทำงาน อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ ในการทำงาน และสามารถเบิกจ่ายงบประมาณในการดำเนินการต่าง ๆ ได้ตามที่ ป.ย.ป. กำหนดโดย ความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง”
ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๕/๑ ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓/๒๕๖๐ เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง ลงวันที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ “เพื่อประโยชน์ในการขับเคลื่อนงานด้านการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้าง ความสามัคคีปรองดอง ให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีสนับสนุนการดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ ตามที่ กำหนดไว้ในคำสั่งนี้ ตามความเหมาะสมหรือตามที่มีการร้องขอ โดยให้สามารถรับโอนทรัพย์สินของ สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานสภาพัฒนาการเมือง และสำนักงาน คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย มาดูแลใช้สอย รวมทั้งรับโอนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ดังกล่าวข้างต้นมาบรรจุ แต่งตั้ง หรือปฏิบัติงานในสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของ นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เพื่อให้ภารกิจในการสนับสนุนการดำเนินการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ซึ่งได้ดำเนินการมาแล้วระยะหนึ่งเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ให้โอนอัตรากำลังข้าราชการ และพนักงานราชการของสำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เฉพาะในส่วนที่ยังไม่มี คนครองในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ พร้อมทั้งงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอัตรากำลังดังกล่าว ไปกำหนดตำแหน่งในสังกัดสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยให้เป็นไปตามบัญชีรายละเอียดการตัดโอน ตำแหน่งว่างและอัตราเงินเดือน ตามที่ อ.ก.พ. กระทรวง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอ นายกรัฐมนตรีเห็นชอบ ทั้งนี้ โดยให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์หรือขั้นตอนที่กำหนด ไว้ในกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอีก และเมื่อดำเนินการเรียบร้อยแล้วให้ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีรายงานสำนักงาน ก.พ. ทราบด้วย”
คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙