มาตรา ๗
เงินของกองทุนให้ลงทุนได้ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) ลงทุนในหลักทรัพย์ตามข้อ ๖
(๑) ไม่ต่ำกว่าร้อยละแปดสิบ และอาจลงทุน ในหลักทรัพย์ตามข้อ ๖
(๒) ไม่เกินร้อยละยี่สิบ เว้นแต่การลงทุนในต่างประเทศ ให้นำเงินไปลงทุน ตามข้อ ๖
(๔) ได้ไม่เกินร้อยละสิบ
(๒) ลงทุนในตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ซึ่งไม่รวมถึง พันธบัตร ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือตราสารอย่างอื่นที่มีลักษณะอย่างเดียวกัน ที่ออกโดย นิติบุคคลใดนิติบุคคลหนึ่งไม่เกินร้อยละสิบหรือไม่เกินจำนวนที่คณะกรรมการกำหนด การลงทุนในตราสารทุนและตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เมื่อรวมกันทุกนิติบุคคลต้องไม่เกินร้อยละยี่สิบ
(๓) ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ได้ไม่เกินร้อยละแปด โดยคณะกรรมการอาจกำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขไว้ด้วยก็ได้
การจัดการเงินของกองทุน ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
(๑) ลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน ดังต่อไปนี้
(ก) เงินสด เงินฝากธนาคาร หรือบัตรเงินฝากที่ธนาคารเป็นผู้ออก
(ข) พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง หรือพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย
(ค) ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ย
(ง) ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณเป็นผู้ออก
(จ) ตั๋วแลกเงินที่ธนาคารเป็นผู้รับรอง สลักหลัง หรือรับอาวัล หรือตั๋วสัญญาใช้เงิน ที่ธนาคารเป็นผู้สลักหลังหรือรับอาวัล โดยไม่มีข้อจำกัดความรับผิด
(ฉ) ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่ธนาคารเป็นผู้ออก เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๖๙ ก
(ช) ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ตามโครงการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ที่ออกโดยนิติบุคคล เฉพาะกิจที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์
(ซ) ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับอยู่ในระดับตามที่รัฐมนตรีประกาศ กำหนดในราชกิจจาบุเบกษา หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่ออก อาวัลหรือค้ำประกันเงินต้น และดอกเบี้ยเต็มจำนวนโดยนิติบุคคลที่ได้รับการจัดอันดับอยู่ในระดับตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ การจัดอันดับความน่าเชื่อถือดังกล่าวจะต้องกระทำโดยสถาบันจัดอันดับ ความน่าเชื่อถือที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือของต่างประเทศซึ่งเป็นที่ยอมรับจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
(๒) ลงทุนในหลักทรัพย์อื่นตามที่คณะกรรมการกำหนดอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน ดังต่อไปนี้
(ก) บัตรเงินฝากที่บริษัทเงินทุนเป็นผู้ออก
(ข) ตราสารทุน
(ค) ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน
(ง) ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหลักทรัพย์ที่ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์เป็นผู้ออก
(จ) หน่วยลงทุนหรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุน
(ฉ) อสังหาริมทรัพย์
(๓) ลงทุนในหลักทรัพย์ตาม (๑) หรือ
(๒) ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา โดยคณะกรรมการอาจกำหนดหลักเกณฑ์อื่นให้ถือปฏิบัติด้วยก็ได้
(๔) การลงทุนในต่างประเทศ คณะกรรมการอาจกำหนดให้ลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ ที่มีความมั่นคงสูงหรือหลักทรัพย์อื่นแตกต่างจากที่กำหนดไว้ใน (๑) หรือ
(๒) หรือกำหนดประเภท หลักทรัพย์เพิ่มเติม รวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดการเงินของกองทุนในต่างประเทศด้วยก็ได้ ในกรณีที่บริษัทจัดการกองทุนจะนำเงินของกองทุนไปลงทุนในต่างประเทศต้องได้รับความเห็นชอบ จากคณะกรรมการก่อน โดยเมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วจึงจะดำเนินการลงทุนต่อไปได้
(๕) คณะกรรมการอาจกำหนดให้ทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนดังต่อไปนี้ได้ โดยให้ คำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนด
(ก) ซื้อโดยมีสัญญาขายคืน หรือขายโดยมีสัญญาซื้อคืนซึ่งหลักทรัพย์ตามที่ คณะกรรมการกำหนด
(ข) ยืมหรือให้ยืมหลักทรัพย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยทำหน้าที่เป็นนายทะเบียน หลักทรัพย์หรือหลักทรัพย์ที่มีการรับฝากในศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๖๙ ก
บริษัทจัดการกองทุนจะนำเงินของกองทุนไปลงทุนในตราสารทุนหรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ของบริษัทจัดการกองทุนนั้นเองมิได้
เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ การบันทึกมูลค่าหลักทรัพย์ ให้ถือราคาทุนรวมทั้งค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปเพื่อให้ได้หลักทรัพย์นั้นมา โดยให้มีการวัดมูลค่าหลักทรัพย์ทุกสิ้น รอบระยะเวลาบัญชีของกองทุน ยกเว้นอสังหาริมทรัพย์ ให้วัดมูลค่าหลักทรัพย์อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
การซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ต้องกระทำในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือตามที่คณะกรรมการกำหนด
ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙