arnon.work

มาตรา ๒

มาตรา ๑

ในคำสั่งนี้ “สถานศึกษาที่มีศักยภาพสูง” หมายความว่า สถานศึกษาเอกชน ที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศซึ่งมุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

มาตรา ๒

การจัดการศึกษาโดยสถานศึกษาที่มีศักยภาพสูง ให้ดำเนินการได้ในเขตพื้นที่ ดังต่อไปนี้

(๑) ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) ตามคำสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒/๒๕๖๐ เรื่อง การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ลงวันที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๐

(๒) เขตเศรษฐกิจพิเศษอื่นที่คณะรัฐมนตรีประกาศกำหนดให้เป็นพื้นที่จัดตั้งสถานศึกษา ที่มีศักยภาพสูงตามคำสั่งนี้

มาตรา ๓

เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมีอำนาจพิจารณาสรรหา อนุมัติ และจัดทำข้อตกลงกับ สถานศึกษาที่มีศักยภาพสูงที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ เพื่อเข้ามาดำเนินการจัดการศึกษา เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๑๔๒ ง ในประเทศไทย โดยให้คำนึงถึงคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และ ต้องสอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของชาติ ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้งคณะกรรมการ คณะหนึ่งประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน และผู้ทรงคุณวุฒิที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้งอีกไม่เกินหกคนเป็นกรรมการ ทำหน้าที่พิจารณา กลั่นกรอง และเสนอรายชื่อสถานศึกษาที่มีศักยภาพสูงที่เหมาะสม รวมทั้งจัดทำข้อตกลงกับสถานศึกษาที่มี ศักยภาพสูงเสนอรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา การดำเนินการ การกำกับดูแล และการเลิกกิจการของสถานศึกษาที่มีศักยภาพสูงตามคำสั่งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกำหนด

มาตรา ๔

ในการจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่มีศักยภาพสูง ให้ผู้จัดการศึกษาเสนอรายละเอียด เกี่ยวกับกิจการของสถานศึกษาต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยอย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้

(๑) โครงการและแผนการดำเนินงาน

(๒) หลักสูตร วิธีการเรียนการสอน และการวัดและประเมินผลการศึกษา

(๓) อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่น

(๔) คุณสมบัติ อัตราเงินเดือน ค่าสอน ค่าชดเชย ค่าตอบแทน หลักเกณฑ์การจ้างและ เลิกจ้างและสวัสดิการของผู้สอนและบุคลากรทางการศึกษา

ฉบับประกาศ · สถานะบังคับใช้ยังไม่ได้ตรวจ · ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙