กฎกระทรวงการตรวจสอบ การจัดทำรายงานผลการตรวจสอบ และมาตรฐานการปฏิบัติงานการตรวจสอบเครื่องจักรของผู้ตรวจสอบเครื่องจักรเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๐
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลังยังไม่ได้ตรวจสถานะ๒๕๖๐๗ มาตราลำดับ ๒๗ จาก ๓๕ ในกระทรวงอุตสาหกรรม
- สถานะบังคับใช้
- ยังไม่ได้ตรวจ
- ฉบับที่แสดง
- ฉบับประกาศ ๒๕๖๐
- การแก้ไขภายหลัง
- ยังไม่ได้รวม
- ลำดับศักดิ์
- กฎกระทรวง
ปรารภ
กฎกระทรวง การตรวจสอบ การจัดทำรายงานผลการตรวจสอบ และมาตรฐานการปฏิบัติงานการตรวจสอบเครื่องจักรของผู้ตรวจสอบเครื่องจักรเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๐ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘/๑ วรรคสอง และมาตรา ๑๗ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติ จดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ. ๒๕๑๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจดทะเบียนเครื่องจักร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ในกฎกระทรวงนี้ “ใบอนุญาต” หมายความว่า ใบอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบเครื่องจักรเอกชน ระดับหนึ่ง ระดับสอง หรือระดับสาม แล้วแต่กรณี
ให้ผู้ตรวจสอบเครื่องจักรเอกชนตรวจสอบและจัดทำรายงานผลการตรวจสอบเครื่องจักร ตามระดับที่ระบุไว้ในใบอนุญาต
ผู้ตรวจสอบเครื่องจักรเอกชนต้องตรวจสอบเครื่องจักรตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน ดังต่อไปนี้
(๑) ใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่เหมาะสมและเพียงพอสำหรับการปฏิบัติงานตรวจสอบ เครื่องจักร เช่น กล้องถ่ายรูป ตลับเมตร หรือสายวัด
(๒) แสดงใบอนุญาตทุกครั้งที่ตรวจสอบเครื่องจักรและปฏิบัติตามระเบียบหรือข้อบังคับของ สถานประกอบการ ในกรณีที่ผู้ตรวจสอบเครื่องจักรเอกชนเป็นนิติบุคคล ให้แสดงใบอนุญาตของนิติบุคคล พร้อมทั้งใบอนุญาตของผู้ตรวจสอบเครื่องจักรเอกชนซึ่งปฏิบัติงานประจำอยู่ในนิติบุคคลนั้นด้วย
(๓) ใช้ความระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหายแก่เครื่องจักรหรือทรัพย์สินอื่นใดในระหว่าง การปฏิบัติงานการตรวจสอบเครื่องจักร
(๔) จัดให้มีการรักษาความลับของข้อมูลเครื่องจักรและผลการตรวจสอบเครื่องจักร
ผู้ตรวจสอบเครื่องจักรเอกชนต้องจัดทำรายงานผลการตรวจสอบเครื่องจักร ตามแบบที่อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งอย่างน้อย ต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๘๗ ก
(๑) เอกสารแสดงรายละเอียดเครื่องจักรตามผังวางเครื่องจักร ให้ระบุหมายเลขตามลำดับ การจัดวางตำแหน่งเครื่องจักร
(๒) สถานที่ตั้งของเครื่องจักร ให้ระบุตามชื่อของสถานที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรม
(๓) จำนวนเครื่องจักรที่ตรวจสอบ
(๔) ชื่อเครื่องจักร ให้ระบุชื่อภาษาไทย ชื่อภาษาอังกฤษ และเครื่องหมายการค้า
(๕) แบบของเครื่องจักร ให้ระบุตามที่แสดงในป้ายชื่อเครื่องจักรหรือระบุตามลักษณะเครื่องจักร
(๖) รุ่นของเครื่องจักร ให้ระบุตามที่แสดงในป้ายชื่อเครื่องจักร
(๗) หมายเลขเครื่องจักร ให้ระบุตามที่แสดงในป้ายชื่อเครื่องจักรหรือตามที่แสดงอยู่ที่แท่นเครื่อง
(๘) ขนาดของเครื่องจักร ให้วัดขนาดเป็นระบบเมตริก มีหน่วยเป็นเมตร และใช้ทศนิยม สองตำแหน่ง
(๙) พลังงานที่ใช้กับเครื่องจักร ให้ระบุพลังงานที่ใช้เพื่อให้เครื่องจักรสามารถทำงานได้
(๑๐) รายละเอียดการใช้งานของเครื่องจักร
(๑๑) ขนาดความสามารถของเครื่องจักร ให้ระบุความสามารถในการผลิต หรือขนาด ความสามารถในการทำงานให้ได้งานออกมาเป็นค่าการวัดเชิงปริมาณตามหน่วยวัดมาตรฐานสากล
(๑๒) ผู้ผลิตและประเทศผู้ผลิต โดยกรณีเครื่องจักรที่ผลิตจากต่างประเทศให้ระบุชื่อผู้ผลิต และประเทศผู้ผลิตเป็นภาษาอังกฤษแบบตัวพิมพ์ใหญ่
(๑๓) เครื่องจักรเดี่ยว ให้ระบุส่วนประกอบหลักที่สนับสนุนการทำงานของเครื่องจักร ขนาดของเครื่องจักร หรือขนาดความสามารถของส่วนประกอบเพื่อใช้เป็นค่าการวัดเชิงปริมาณ ตามหน่วยวัดมาตรฐานสากล
(๑๔) เครื่องจักรเป็นชุดทำงานต่อเนื่อง ให้ระบุรายการเครื่องจักรเดี่ยวแต่ละเครื่องที่ประกอบ อยู่ภายในชุดของเครื่องจักรโดยต้องระบุสาระสำคัญของเครื่องจักรเดี่ยวที่ประกอบในแต่ละเครื่อง ตาม (๓) ถึง (๑๓)
(๑๕) เอกสารและหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์เครื่องจักร ได้แก่ ใบขนสินค้าขาเข้า หนังสือรับรองการขาย ใบเสร็จรับเงิน หรือใบกำกับสินค้า ให้ระบุเลขที่ วันที่นำเข้าหรือซื้อ วันที่ออกเอกสาร หรือราคาเครื่องจักร แล้วแต่กรณี
(๑๖) รายการอื่นตามที่อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ผังวางเครื่องจักรตาม
(๑) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา การวัดขนาดของเครื่องจักรตาม
(๘) ถ้าเป็นเครื่องจักรเดี่ยว ให้วัดขนาดของเครื่องจักร ด้านกว้างและด้านยาว หรือกรณีเครื่องจักรที่มีลักษณะเป็นทรงกระบอก ให้วัดขนาดของเครื่องจักร ตามเส้นผ่าศูนย์กลางและความยาวในแนวนอนหรือความสูงในแนวตั้ง แล้วแต่กรณี ถ้าเป็นเครื่องจักร เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๘๗ ก เป็นชุดทำงานต่อเนื่อง ให้วัดขนาดของเครื่องจักรทั้งชุดโดยให้วัดขนาดเช่นเดียวกับเครื่องจักรเดี่ยว และให้วัดขนาดของเครื่องจักรเดี่ยวที่ประกอบกันเป็นชุดเครื่องจักรด้วย
ในการถ่ายภาพเครื่องจักร ให้ถ่ายภาพเครื่องจักรและส่วนประกอบของเครื่องจักร ทั้งด้านหน้าและด้านข้างจากสถานที่ตั้งของเครื่องจักรให้ชัดเจน กรณีการถ่ายภาพป้ายชื่อเครื่องจักร ต้องถ่ายภาพให้สามารถอ่านป้ายชื่อเครื่องจักรได้อย่างชัดเจน ขนาดและรายละเอียดของภาพถ่ายเครื่องจักรและส่วนประกอบของเครื่องจักร รวมทั้งภาพถ่าย ป้ายชื่อเครื่องจักรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนดโดย ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
รายงานผลการตรวจสอบเครื่องจักรต้องประกอบด้วยเอกสารและหลักฐาน ดังต่อไปนี้
(๑) รายละเอียดเครื่องจักรและหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์เครื่องจักรที่ปรากฏตามรายงาน ผลการตรวจสอบเครื่องจักร
(๒) ภาพถ่ายเครื่องจักรและส่วนประกอบของเครื่องจักร รวมทั้งภาพถ่ายป้ายชื่อเครื่องจักร ตามข้อ ๕
ผู้ตรวจสอบเครื่องจักรเอกชนต้องจัดทำใบนำส่งผลการตรวจสอบพร้อมด้วยรายงาน ผลการตรวจสอบเครื่องจักรให้แก่เจ้าของเครื่องจักร ใบนำส่งผลการตรวจสอบให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนดโดย ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๘๗ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๘/๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ จดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ. ๒๕๑๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจดทะเบียนเครื่องจักร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ บัญญัติให้หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบเครื่องจักร การจัดทำรายงานผลการตรวจสอบ เครื่องจักร และมาตรฐานการปฏิบัติงานการตรวจสอบเครื่องจักรของผู้ตรวจสอบเครื่องจักรเอกชนเป็นไปตามที่ กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ดึงเมื่อ
- ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย)
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- ตรวจอักขระด้วยเครื่องแล้ว · ยังไม่ได้เทียบราชกิจจานุเบกษา"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน